วิเคราะห์ 4 สิ่งที่ต้องดูในถ้วยคิงส์คัพ

มีนาคม 21, 2018 6:39 am โดย admin
0
35

วิเคราะห์ 4 สิ่งที่ต้องดูในถ้วยคิงส์คัพ

ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 46 ใกล้ได้ฤกษ์ระเบิดศึกแบบเป็นทางการ ทีมงาน SMM SPORT ขอลองวิเคราะห์ประเด็นต่างๆที่น่าติดตามในสงครามลูกหนังครั้ง

 

ส่องฟอร์มสตาร์คนดัง

ถือเป็นโอกาสอันดีของแฟนบอลชาวไทยที่จะได้ยลฝีเท้านักเตะระดับโลกด้วยสายตาตัวเอง แบบไม่ต้องเดินทางไปไหนไกล เพราะแต่ละคนที่ตบเท้ามาชิงชัยคิงส์คัพในครั้งนี้ ล้วนแต่มีดีกรีค้าแข้งทวีปยุโรป อาทิ มาร์ติน สเคอร์เทล เซ็นเตอร์ฮาล์ฟจาก เฟเนร์บาห์เช ยักษ์ใหญ่ลีกตุรกี, สตานิสลาฟ โลบอตก้า มิดฟิลด์ตัวรับของ เซลต้า บิโก้ ทีมในลาลีก้าสเปน หรือจะเป็นดาวเตะฝีเท้าดีระดับพรีลีกอังกฤษอย่าง มาริโอ เลอมินา กองกลางจากเซาแธมป์ตัน และ ดิดิเยร์ เอ็นดอง ห้องเครื่องจากวัตฟอร์ด

อย่างไรก็ตามก็ยังมีเรื่องที่น่าเสียดายไม่น้อย เนื่องจากมีนักเตะบางรายที่ไม่สามารถเดินทางมาร่วมแข่งขันได้ตัวอย่างเช่น มาเร็ค ฮัมซิค กองกลางสมองเพชรจากนาโปลี ที่โชคร้ายเจอประสบปัญหาบาดเจ็บ และ โอมาร์ อับดุลราห์มาน ดาวรุ่งพรสวรรค์ที่ถูกหั่นชื่อทิ้งเพราะหนีเที่ยว และล่าสุด ปิแอร์ เอเมอริก โอบาเมยอง กองหน้าสังกัด อาร์เซน่อลที่ต้องถอนตัวเพราะคุณยายเสียชีวิต

 

วัดกึ๋นโค้ชแต่ละชาติ

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือการวางหมากหรือแก้เกมของแต่ละกุนซือในรูปแบบการเล่นต่างกันออกไป เริ่มต้นจากทีมชาติไทยของ “มิโลวาน ราเยวัช” โค้ชชาวเซอร์เบีย ที่พาทีมชาติกาน่าผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายในปี 2010 พร้อมจารึกประศาสตร์เข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้อีกด้วย

ถัดมาเป็น “โฆเซ อันโตนิโอ คามาโช” กุนซือชาวสเปนของ ทีมชาติกาบอง ก็มีโปรไฟล์ไม่ธรรมดาเคยผ่านงานระดับนานาชาติและสโมสรทั้ง ทีมชาติสเปน, เรอัล มาดริด และ เบนฟิก้า รวมถึงทีมชาติจีน ชุดที่แพ้ไทยคาบ้านเละ 1-5 ในสมัยโค้ชซิโก้คุมทัพ

ขณะที่ “อัลแบร์โต้ ซัคเคโรนี” กุนซือชาวอิตาลีของ ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ผู้ซึ่งเคยพา เอซี มิลาน ครองแชมป์กัลโช เซเรีย อา เมื่อปี 1999 พร้อมพาทีมชาติญี่ปุ่นคว้าแชมป์เอเชียนคัพ ปี 2011

ปิดท้ายที่ “แยน โคซัค” กุนซือคู่บุญทีมชาติสโลวาเกีย เฮดโค้ชที่คุมทีมสโลวักเข้าไปเล่นในศึกยูโร 2016 แต่ในในศึกฟุตบอลโลก 2018 ต้องอกหักตกรอบคัดเลือกไปอย่างน่าเสียดาย

 

ผลงานทัพช้างศึก

ทีมชาติไทย ในฐานะแชมป์เก่า จะได้ขุมกำลังที่เกือบสมบูรณ์สุดในรอบหลายปี โดยเฉพาะผู้เล่นคนสำคัญที่แยกย้ายไปค้าแข้งต่างแดนทั้ง ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีรศิลป์ แดงดา, ธีราทร บุญมาทัน หรือ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ล้วนกลับมาร่วมตัวกันอีกครั้งช่วยทีมคว้าแชมป์สมัยที่ 16

ส่วนดาวเตะรายอื่นๆก็กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มที่ดีไม่ว่าจะเป็น พรรษา เหมวิบูลย์, นูรูล ศรียานเก็ม, เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว, สุภโชค สารชาติ ตลอดจน ปกเกล้า อนันต์

ดังนั้นทำให้ฟุตบอลคิงส์คัพครั้งนี้ชวนให้น่าติดตามอย่างมากว่าทีมชาติไทยจะสามารถเก็บคะแนนในฟีฟ่าแรงกิ้งได้หรือไม่ หลังล่าสุดอันดับโลกไม่ขยับ แถมในอาเซียนยังคงตามหลัง เวียดนาม กับ ฟิลิปปินส์

 

กระแสแฟนบอล

กลายเป็นเรื่องพูดคุยกันในวงกว้างกับคำถามที่ว่าฟุตบอลทีมชาติไทยได้รับความนิยมลดลงหรือไม่ ซึ่งลองเช็คจากไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ตัวแทนจำหน่ายบัตรดูเหมือนจะยังมีพื้นที่นั่งว่างในสนามอีกพอสมควร แต่ถึงอย่างไรต่างคนก็ต่างความคิด โดยคำตอบทั้งหมดน่าจะมีอยู่ในสนามราชมังคลาฯกับสถิติยอดคนดูตลอดทั้งสองเกมที่ลงสนาม

 

สำหรับโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 46 รอบแรกจะมีขึ้นวันที่ 22 มีนาคม 2561 ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน

คู่แรก เวลา 16.30 น. ทีมชาติสโลวาเกีย พบกับ ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

คู่สอง  เวลา 19.30 น. ทีมชาติไทย พบกับ ทีมชาติกาบอง

ขณะที่รอบชิงชนะเลิศจะมีขึ้นวันที่ 25 มีนาคม 2561 เวลา 19.30 น. ส่วนคู่ชิงอันดับสาม แข่งขันเวลา 16.30 น. โดยเกมทุกนัดจะถ่ายทอดสดทางช่องไทยรัฐทีวี