รู้หรือไม่? สำนวน Long time no see ไม่ใช่ภาษาอังกฤษแท้ๆ นะ

พฤศจิกายน 27, 2017 3:51 am โดย admin
0
14

สวัสดีค่ะน้องๆ กลับมาพบกับ พี่พิซซ่า และเรื่องราวน่ารู้เกี่ยวกับภาษาอังกฤษใน English Issues เช่นเคยค่ะ น้องๆ เคยได้ยินคำทักทายที่ว่า “Long time no see.” กันรึเปล่า ถ้าพี่บอกว่ามันไม่ใช่ภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง น้องๆ จะเชื่อมั้ยคะ
3

รู้หรือไม่? สำนวน Long time no see ไม่ใช่ภาษาอังกฤษแท้ๆ นะ

Long time no see คืออะไร

Long time no see เป็นสำนวนที่ใช้ทักทายค่ะ ส่วนมากจะได้ยินคำทักนี้ในอเมริกามากกว่าประเทศอื่นที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาประจำชาติ ปัจจุบันใช้ทักทายเมื่อได้เจอกับใครที่ไม่ได้เจอกันมานานมาก แปลแบบไทยๆ ก็จะได้ประมาณว่า “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”

ในทางไวยากรณ์ถือว่าสำนวนนี้ผิดไวยากรณ์ภาษาอังกฤษแบบจังๆ เลยค่ะ แต่ก็เหมือนใช้กันมานานจนกลายเป็นข้อยกเว้นไปแล้ว ว่ามันมาด้วยกันแบบนี้ทั้งเซ็ต ก็เลยมองข้ามความผิดของมันไปแล้ว และใช้กันเป็นเรื่องปกติไปเลย

Long time no see มาจากไหน

เรื่องนี้ยังเป็นที่ถกเถียงอยู่ค่ะ มีบันทึกการใช้อายุพอๆ กันจาก 2 ฝั่ง ทำให้ยังฟันธงไม่ได้ว่าตกลงมาจากชาวจีนหรือชาวพื้นเมืองอเมริกันค่ะ เพราะทั้ง 2 ฝั่งมีคำทักทายในภาษาของตัวเองที่แปลตรงตัวแบบคำต่อคำได้ว่า long time no see เหมือนกัน

ในสมัยก่อนที่ชาวจีนและชาวพื้นเมืองอเมริกันพยายามเรียนรู้ภาษาอังกฤษโดยจับคำที่ได้ยินฝรั่งคุยกันมาผสมใช้เอง ก็มีแนวโน้มจะถอดภาษาอังกฤษมาแบบคำต่อคำเหมือนกันค่ะ ถ้าให้เทียบชัดๆ ก็เหมือนคนไทยที่จับภาษาอังกฤษที่ได้ยินมาผสมใช้เอง จน “ไม่มี” กลายเป็น “no have” ค่ะ

ในปี 1900 มีหลักฐานในบันทึกของชาวอเมริกันหลายคน ที่เล่าถึงการเดินทางของตัวเองแล้วได้พบกับคนต่างเชื้อชาติที่ใช้สำนวนนี้ค่ะ นิยายหลายเล่มที่ออกปีเดียวกันนี้ก็มีบทสนทนาที่ตัวละครชาวพื้นเมืองอเมริกันพูดสำนวนนี้ แต่ในปีเดียวกันนี้ก็มีหลักฐานชี้ว่าสำนวนนี้มาจากชาวจีนที่ทหารอังกฤษไปเจอเข้า จึงนำเรื่องสำนวนนี้กลับมาด้วย และนำมาใช้ในอเมริกาต่อ และมีอีกฉบับที่เป็นเรื่องของทหารอเมริกันไปเจอมาเอง ด้วยความที่ทุกอย่างดันมาในช่วงเดียวกัน เลยทำให้สรุปไม่ได้ว่าตกลงมาจากทางไหน เผลอๆ ทั้ง 2 ฝั่งอาจจะถอดคำแปลมาในรูปแบบเดียวกัน และเริ่มใช้พร้อมๆ กันเลยก็ได้

รู้หรือไม่? สำนวน Long time no see ไม่ใช่ภาษาอังกฤษแท้ๆ นะ

ชาวอเมริกันพูดเพื่อล้อเลียนในช่วงแรก

ไม่ว่าจะมีที่มาจากเชื้อชาติไหน แต่ผู้ใช้สำนวนนี้มักเป็นกลุ่มพ่อค้าค่ะ ทั้งพ่อค้าชาวจีนและชาวพื้นเมืองอเมริกันเลย เมื่อชาวอเมริกันที่ไปค้าขายด้วยได้ยินสำนวนนี้ก็รู้สึกขบขัน เอากลับมาเล่าให้ที่บ้านฟังแบบเป็นเรื่องตลกก็เยอะเลยแหละ จนกลายเป็นว่าชาวอเมริกันหลายคนตั้งใจใช้คำทักทายนี้ในการล้อเลียนคนที่มีเชื้อชาติอื่น และคนที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษคล่อง

แต่ดีที่ในยุคต่อๆ มากระแสเริ่มดีขึ้นค่ะ ชาวอเมริกันใช้เป็นสำนวนทักทายกันแบบไม่ติดการล้อเลียนหรือเหยียดเหมือนสมัยก่อน ตัวผู้พูดก็ใช้กันแบบไม่คิดอะไรแล้ว (แต่ก็ไม่รู้นะคะว่าคนฟังจะยังมีใครที่ฟังแล้วรู้สึกว่าโดนล้อเลียนอยู่อีกรึเปล่า)

แล้วถ้าจะพูดให้ถูกไวยากรณ์ภาษาอังกฤษต้องใช้ว่าอะไร

อย่างที่บอกไปค่ะว่าแม้จะผิดไวยากรณ์ แต่สำนวนนี้ก็กลายมาเป็นสำนวนที่ใช้ทักทายคนที่ไม่ได้เจอกันมานานจนเป็นปกติไปแล้ว น้องๆ ก็สามารถใช้ได้เช่นกัน แถมไม่ต้องกังวลด้วยว่าจะดูผิดไวยากรณ์หรือดูไม่เก่งด้วย เพราะใครๆ ก็ใช้กันจริงๆ นะ

แต่ถ้าอยากรู้ว่าพูดยังไงให้ถูกไวยากรณ์ ก็มีตัวเลือกอื่นๆ ให้เลือกใช้อีกค่ะ เช่น

It’s been quite a while!
We haven’t seen each other for a long time!
I haven’t seen you for a long time!
I haven’t seen you in a while!

ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของภาษานะคะ จากความพยายามแปลภาษาตัวเองเป็นภาษาอังกฤษแบบคำต่อคำ จนกลายมาเป็นสำนวนทักทายที่เจ้าของภาษายอมรับและใช้กันอย่างแพร่หลายจนถึงปัจจุบันนี้ เจ้า long time no see ก็เดินทางมาไกลใช้ได้เลยนะคะ




แสดงความคิดเห็น