รู้|รอบ|โรค: 5 โรคควรรู้ ที่พบบ่อยในสุนัขแก่

ตุลาคม 4, 2017 8:01 am โดย admin
0
10

37

เคยได้ยินกันมั้ยว่าถ้าเราอยากเทียบอายุของสุนัขกับอายุของมนุษย์ ให้เอาอายุของสุนัขคูณกับ 7 ก็จะได้คำตอบ แต่จริงๆแล้วเราก็ไม่สามารถคำนวนอายุที่แน่นอนของสุนัขได้จากวิธีนี้เสมอไป เพราะสุนัขแต่ละสายพันธุ์นั้นมีอายุขัยที่แตกต่างกัน โดยสุนัขพันธุ์ใหญ่มักมีอายุขัยที่สั้นกว่าสุนัขพันธุ์เล็ก อย่างเช่น เจ้าสุนัขใหญ่ใจดีอย่าง ลาบราดอร์รีทรีฟเวอร์ มีอายุขัยเฉลี่ยที่ 12 ปี ในขณะเดียวกันเจ้าจิ๋วจอมซ่าอย่าง ชิวาว่า กลับมีอายุขัยเฉลี่ยอยู่ที่ 16 ปี

วัยชรา คือ…
สุนัขจะนับว่าเริ่มเข้าสู่วัยชราเมื่อผ่านช่วง ¾ ของอายุขัยเฉลี่ยไปแล้ว ในช่วงนี้สภาพร่างกายและการทำงานของระบบต่างๆในร่างกายก็เริ่มเสื่อมหรือถดถอยลง ถึงแม้จะเข้าสู่วัยชราแล้ว สุขภาพของสุนัขแต่ละตัวก็ยังคงมีความแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆอย่างเช่น สายพันธุ์ สิ่งแวดล้อม การเลี้ยงดู อาหาร หรือการป้องกันโรค ดังนั้นเพื่อให้สุนัขในวัยชราได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุขและสามารถอยู่กับเราไปนานๆ พวกเขาจึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่ในด้านสุขภาพจากเจ้าของที่มากขึ้น
ในบทความนี้หมอจะพาไปรู้จักกับโรคที่พบได้บ่อยๆในสุนัขวัยชราทั้งหมด 5 โรคด้วยกัน ได้แก่
1. โรคอ้วน
สุนัขอ้วนแม้จะดูตุ้ยนุ้ยน่ารักในสายตาของคนเลี้ยงหลายๆคน แต่จริงๆแล้วความอ้วนนั้นคือความผิดปกติของร่างกายที่เกิดจากการสะสมของไขมันในร่างกายที่มากเกินไป โดยสาเหตุที่ทำให้สุนัขอ้วนนั้นมีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น อายุที่มากขึ้นทำให้การเผ่า าผลาญพลังงานในร่างกายสุนัขไม่มีประสิทธิภาพเหมือนเดิม อาหารสำหรับหมาโตเต็มวัยที่เคยกินก็จะไม่เหมาะกับสภาพการเผาผลาญในตอนแก่นี้อีกต่อไปเพราะมีไขมันสูง สุนัขที่เอาแต่นอนและไม่ค่อยได้ออกกำลังกายก็จะมีโอกาสอ้วนได้ง่ายกว่าสุนัขที่ออกกำลังกายเป็นประจำ และสุนัขเพศเมียมีโอกาสที่จะอ้วนมากกว่าเพศผู้
ผลเสียที่ตามมาจากความอ้วน ก็อย่างเช่น โรคข้อเสื่อม โรคหมอนรองกระดูกเสื่อม การหายใจลำบากมากขึ้น และเป็นการลดทอนคุณภาพชีวิตของสุนัขอีกด้วย
ปัจจุบันการรักษาโรคอ้วนนั้นไม่ใช่เรื่องยาก มีทั้งอาหารสุนัขสูตรสำหรับสุนัขที่ต้องการลดความอ้วน และการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับอายุและสภาพร่างกายของสุนัข ทั้งนี้สัตวแพทย์ตามคลินิกทั่วไปก็สามารถให้คำแนะนำแก่เจ้าของที่ต้องการลดความอ้วนให้สุนัขได้
2. โรคข้อเสื่อม
เมื่อสุนัขอายุเยอะขึ้นกระดูกอ่อนบริเวณข้อต่อก็มีโอกาสที่จะเสื่อมไปตามกาลเวลา การเสื่อมของกระดูกอ่อนร่วมกับการอักเสบนี้ก่อให้เกิดเป็นโรคข้อเสื่อม ซึ่งมักจะเป็นโรคเรื้อรัง และรักษาให้หายขาดไม่ได้ โรคนี้สร้างความเจ็บปวดไม่มากก็น้อยแก่สุนัข สามารถเกิดได้ที่ข้อต่อใดข้อต่อหนึ่งหรือเกิดร่วมกันหลายๆที่ก็ได้
เจ้าของสามารถสังเกตอาการได้จากการที่สุนัขเริ่มไม่ค่อยอยากวิ่งหรือเดินเหมือนแต่ก่อน ขึ้นหรือลงบันไดลำบาก หรือในรายที่เป็นมากๆอาจเดินขากะเผลกหรือไม่ยอมลงน้ำหนัก ข้อต่อบวม และร้องเจ็บเมื่อถูกสัมผัส อาการเจ็บปวดเหล่านี้จะไม่หายไปเองถ้าไม่ได้รับการรักษา และเมื่อสุนัขเจ็บข้อก็จะเริ่มไม่ค่อยใช้ขาข้างนั้นจะสุดท้ายเกิดกล้ามเนื้อฝ่อลีบได้
การรักษาโรคข้อเสื่อมมีทั้งการรักษาทางยา ร่วมกับการทำกายภาพบำบัด ไปจนถึงการผ่าตัด ซึ่งจะใช้วิธีไหนก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของสัตวแพทย์และการตัดสินใจของเจ้าของ
3. โรคหัวใจ
โรคหัวใจที่พบในสุนัขพันธุ์เล็กได้บ่อยๆคือ โรคลิ้นหัวใจรั่ว ส่วนในสุนัขพันธุ์ใหญ่คือ โรคกล้ามเนื้อหัวใจบาง ทั้ง 2 โรค สามารถทำให้คุณภาพชีวิตของสุนัยถดถอยลงได้ และถ้าไม่ได้รับการรักษามีโอกาสที่จะทำให้สุนัขเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้
อาการของโรคหัวใจนั้น ถ้าในระยะแรกๆ เจ้าของอาจสังเกตหาความผิดปกติไม่ได้ จนกว่าจะพาไปตรวจร่างกายกับสัตวแพทย์ แต่ถ้าในระยะที่เริ่มแสดงอาการ ก็จะมีอาการตั้งแต่ อ่อนแรง เหนื่อยง่ายหรือหอบง่ายกว่าปกติ สามารถออกกำลังกายได้แค่ช่วงเวลาสั้นๆ หรือไม่สามารถออกกำลังได้เลย มักจะมีการไอ และไอมากขึ้นในเวลากลางคืน หรืออาจถึงขั้นเป็นลมหมดสติได้ ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นสัญญาณที่อันตรายและควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์
การรักษาโรคหัวใจของสุนัขนั้น น่าเสียดายที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สัตวแพทย์ก็ยังสามารถบรรเทาอาการ รวมทั้งเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่สุนัขที่ป่วยเป็นโรคหัวใจได้
4. โรคไต
สุนัขแก่มีโอกาสที่จะเป็นโรคไตวายเรื้อรัง เนื่องจากประสิทธิภาพการทำงานของไตที่ถดถอยลงไปตามอายุ หรืออาจพบว่าการสะสมของหินปูนหรือนิ่วในกรวยไตหรือท่อไต ทำให้การขับของเสียภายในร่างกายมีประสิทธิภาพที่ด้อยลงไปด้วย เมื่อของเสียขับออกไม่ได้ก็ส่งผลกระทบต่อระบบต่างๆของร่างกาย ซึ่งหากปล่อยไว้อาการก็จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
สุนัขที่มีอาการน่าสงสัยว่าจะเป็นโรคไต จะชอบดื่มน้ำบ่อยขึ้นหรือมากขึ้น ปัสสาวะมากกว่าปกติ สีปัสสาวะอาจมีสีที่ผิดปกติ หรือสีเหลืองจางๆ หากเป็นโรคไตที่รุนแรงขึ้นก็จะเริ่ม ซึม เบื่ออาหาร อาเจียน ท้องเสีย กลิ่นปากหรือลมหายใจจะมีกลิ่นเหม็นแม้ว่าช่องปากหรือฟันจะดูสะอาด และถ้าเป็นหนักมากๆ ก็จะมีอาการชักกระตุก และเสียชีวิตได้
โรคไตวายเรื้อรังก็เป็นอีกโรคหนึ่งที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ สัตวแพทย์ทำได้เพียงแค่รักษาเพื่อประคับประคองอาการ และทดแทนการทำงานของไตให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้เท่านั้น  ซึ่งสุนัขที่เป็นโรคไตสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ ถ้าได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง หมอจึงมักพบเจ้าของพาสุนัขที่เป็นโรคไตพาเข้าออกโรงพยาบาลอยู่เป็นประจำ อาหารสูตรสำหรับโรคไตที่มีโปรตีนต่ำกว่าอาหารสุนัขทั่วไปนั้นมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการช่วยประคับประคองไม่ให้ภาวะไตวายแย่ลงไปกว่าเดิม
5. โรคมะเร็ง
ไม่ใช่แค่คนเท่านั้นที่เป็นมะเร็งได้ สุนัขก็สามารถเป็นโรคมะเร็งได้เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น มะเร็งผิวหนัง มะเร็งเต้านม มะเร็งกระดูก มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งตับ และอีกมากมายหลายชนิด การเกิดโรคมะเร็งในสุนัขแก่นั้นสามารถพบได้บ่อย เพราะหนึ่งในปัจจัยของการเกิดโรคมะเร็งนั้น คือ อายุ นอกจากนี้ปัจจัยอื่นๆก็มีส่วนในการเกิดโรคมะเร็งด้วย ไม่ว่าจะเป็น พันธุกรรม อาหาร โรคประจำตัวที่เป็นอยู่ ก็มีส่วนที่ทำให้เกิดมะเร็งได้
อาการของสุนัขที่เป็นมะเร็งนั้นจะสังเกตได้ง่ายหรือยาก ขึ้นอยู่กับอวัยวะที่เป็นมะเร็ง สุนัขหลายตัว แม้ว่าจะเคยสุขภาพดีมาตลอดชีวิต ก็ยังสามารถเป็นมะเร็งได้ อาการที่พอสังเกตได้อาจมีแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง หรืออาจมีหลายอาการร่วมกัน อย่างเช่น มีก้อนเนื้อที่ผิดปกติเกิดขึ้นที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย มีท้องกางขยายมากขึ้น ต่อมน้ำเหลืองโตขยายขนาดมากขึ้น ทั้งนี้สุนัขที่เป็นมะเร็งอาจมีอาการคล้ายกับโรคอื่นๆได้
แม้ความน่ารักสดใสของวันวานจะร่วงโรยไป แต่เมื่อเราตัดสินใจรับเขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตแล้ว ไม่ว่าจะแก่ จะเหี่ยวยังไง ก็ต้องดูแลเพื่อนรักตัวนี้ให้ดีที่สุด จริงไหมละครับ

38




แสดงความคิดเห็น