มีดีกว่าชาไข่มุก! แนะนำ 5 เหตุผลเริ่ดๆ ที่ควรไปเรียนต่อที่ ‘ไต้หวัน’

พฤศจิกายน 12, 2018 7:17 am โดย admin
0
12
 สวัสดีครับน้องๆ ชาว Dek-D … ถ้าพูดถึง ‘ไต้หวัน’ พี่เชื่อว่าน้องๆ หลายคนน่าจะนึกถึงเรื่องสถานที่ท่องเที่ยว อาหารการกิน บางคนอาจจะนึกถึงชานมไข่มุก (ส่วนพี่คิดถึงซีรีส์ F4 เวอร์ชั่นเต้าหมิงซื่อ /55555 รู้อายุเลย) แต่น้องๆ รู้มั้ยครับว่าไต้หวันเป็นอีกที่ที่ขึ้นชื่อในเรื่องการศึกษาที่มีคุณภาพมากเลยล่ะ และสำหรับใครที่กำลังมีแพลนไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่ไม่รู้ว่าเรียนที่ไหนดี ลองอ่านบทความนี้เลยดีกว่า เผื่อว่าไต้หวันอาจเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการศึกษาต่อก็ได้นะ 

ยืนหนึ่งในเรื่องวิชาการ 

มีดีกว่าชาไข่มุก! แนะนำ 5 เหตุผลเริ่ดๆ ที่ควรไปเรียนต่อที่ ‘ไต้หวัน’

       เริ่มที่เหตุผลแรกที่ทำให้ไต้หวันเป็นตัวเลือกที่ดีในการเรียนต่อก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของ ‘ระบบการศึกษา’ ต้องบอกเลยว่าคนที่นี่ให้ความสำคัญกับเรื่องการศึกษาของเยาวชนมากๆ คนไต้หวันจะยึดคติที่ว่า “การศึกษาที่ดีจะนำไปสู่อนาคตที่ดี” จะเห็นได้ว่าทุกภาคส่วนให้ความสำคัญกับระบบการเรียนการสอนและเร่งพัฒนาให้มีคุณภาพอย่างเห็นได้ชัด เพราะต้องการผลิตบุคลากรของประเทศออกมาให้มีคุณภาพมากที่สุด และในทุกๆ ปี มหาวิทยาลัยต่างๆ ของไต้หวันต่างพาเหรดติดอันดับ QS University Rankings หรือการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของโลก อย่างในปี 2018 สถาบันอันดับ 1 ของไต้หวันที่เป็นมหาวิทยาลัยในฝันของใครหลายคนอย่าง ‘National Taiwan University’ ติดอันดับ 25 ของเอเชีย และอันดับที่ 76 ของโลก
        นอกจากนี้ยังมีมหาวิทยาลัยอีกหลายแห่งที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการศึกษาซึ่งในแต่ละปีคนไทยตบเท้าเข้าไปเรียนกันเยอะมาก ยกตัวอย่างเช่น National Tsing Hua University, National Cheng Kung University, National Chiao Tung University และ National Taiwan University of Science and Tecnology เป็นต้น ซึ่งแต่ละที่ที่พี่ยกตัวอย่างมาล้วนติดอันดับ Top5 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของไต้หวันอีกด้วย

ผู้ใหญ่ใจดีแจกทุนเรียนฟรีเพียบ!

มีดีกว่าชาไข่มุก! แนะนำ 5 เหตุผลเริ่ดๆ ที่ควรไปเรียนต่อที่ ‘ไต้หวัน’

        ไม่ใช่แค่คนไต้หวันเท่านั้นที่จะได้รับโอกาสดีๆ ในการศึกษา แต่ชาวต่างชาติแบบเราก็มีโอกาสได้ไปเรียนต่อที่ไต้หวันเช่นกัน เพราะในแต่ละปีมีทุนการศึกษาแจกฟรีเยอะมากกก อย่างที่เห็นเป็นประจำคือ ‘ทุนรัฐบาลไต้หวัน’ ที่แจกให้สำหรับคนไทยทุกระดับ ตั้งแต่ทุนเรียนภาษาระยะสั้น ทุนเรียนต่อปริญญาตรี-โท-เอก เรียกว่าครบครันมากกก

ยกตัวอย่างทุนที่แจกสำหรับคนไทยโดยเฉพาะ หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ Taiwan Scholarship Program (MOE) อันนี้จะเป็นทุนเรียนต่อระดับปริญญาตรี-โท-เอก ซึ่งในแต่ละปีจะแจกทั้งหมด 15 คน โดยทุน MOE จะครอบคลุมในเรื่องของค่าเทอมและค่าใช้จ่ายรายเดือนเท่านั้น

แต่ถ้าเป็น Taiwan ICDF Scholarship ซึ่งเป็นทุนเรียนต่อระดับปริญญาโท-เอก แต่ละปีจะแจกทั้งหมด 100 คน แต่ทุนนี้จะยากกว่าตรงที่เราจะต้องแข่งขันกับคนทั่วโลก แต่มูลค่าของทุนที่จะได้รับนั้นก็ถือว่าคุ้มมากครับ เรียกว่าอลังการงานสร้างมาก เพราะจะได้ตั้งแต่ค่าเล่าเรียนเต็มจำนวน ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ค่าที่พัก ค่าประกันสุขภาพ ค่าหนังสือเรียน และค่าใช้จ่ายรายเดือน คือถ้าได้ทุนนี้ น้องๆ พกแค่ตัวและหัวใจ พร้อมหอบเสื้อผ้าใส่กระเป๋าบินไปเรียนก็ได้เลยล่ะ (แต่ก็ต้องเตรียมงบส่วนตัวติดไปบ้างเด้อ ><)

       พูดมาขนาดนี้แล้วน้องๆ คงอยากได้ทุนรัฐบาลไต้หวันกันแล้วใช่มั้ยล่ะ? สำหรับใครที่สนใจทุนเตรียมตัวให้พร้อมเลยครับ เพราะปกติทุนนี้จะเปิดรับสมัครในช่วงต้นปี ประมาณเดือนมกราคม-มีนาคม ใครสนใจก็เตรียมเอกสารและผลสอบต่างๆ ไว้ให้พร้อมเลยนะ อ้อ! ไม่ใช่มีแค่ทุนรัฐบาลนะครับ นอกจากนี้ยังมีทุนที่แจกโดยมหาวิทยาลัยอีกด้วยนะ ซึ่งแต่ละที่ก็จัดหนัดจัดเต็มกันสุดๆ ใครสนใจมหา’ลัยไหนก็คอยอัปเดตข่าวตามเว็บไซต์ของสถาบันกันได้เลย เพราะแต่ละที่จะเปิดรับไม่พร้อมกัน โดยปกติแล้วจะเปิดรับสมัครช่วงปลายปีหรือต้นปี แล้วแต่มหาวิทยาลัยเลยครับ

ค่าครองชีพไม่ต่างจากไทย

มีดีกว่าชาไข่มุก! แนะนำ 5 เหตุผลเริ่ดๆ ที่ควรไปเรียนต่อที่ ‘ไต้หวัน’
Cr. Unsplash
       ข้อนี้โดนใจพี่สุดๆ เลยครับ ถ้าใครอยากมาเรียนต่อต่างประเทศและต้องการประหยัดงบค่าใช้จ่าย พี่คิดว่าไต้หวันเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีมากๆ เลยล่ะ เพราะว่าค่าเล่าเรียนของแต่ละสถาบันในไต้หวันไม่ได้สูงเหมือนกับประเทศอื่นๆ อย่างมหาวิทยาลัยทั่วไปค่าเรียนจะตกประมาณเทอมละ 50,000 – 60,000 ดอลลาร์ไต้หวัน เทียบแล้วราคาพอๆ กับหลายสถาบันในไทยเลยแหละ หรือบางทีถ้าจะบอกว่าค่าครองชีพที่ไต้หวันเท่ากับไทยก็คงจะเป็นแบบนั้นก็ได้ เพราะค่าเงินใกล้เคียงกันมาก ยกตัวอย่าง เงิน 1,000 บาทของไทย เทียบเป็นเงินไต้หวันจะได้ประมาณ 945 ดอลลาร์ไต้หวัน ดูแล้วก็ไม่ได้ต่างกันมากสักเท่าไหร่
       แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าค่าครองชีพจะเท่าๆ กับไทย ถ้าเราโฟกัสในส่วนของค่าใช้จ่ายบางอย่างก็อาจมีราคาที่สูงกว่าบ้าง ที่เห็นชัดๆ เลยจะเป็นเรื่องค่าที่พักที่มีราคาสูงมาก ยิ่งถ้าใครไปเรียนในมหาวิทยาลัยที่อยู่ย่านเมืองหลวง ค่าหออาจแพงราคาหลักหมื่นเลยก็ได้ครับ แต่ถ้าใครไม่ซีเรียสเรื่องที่พักและเลือกเช่าหอพักของมหาวิทยาลัยแชร์อยู่กับรูมเมท พี่ว่าก็เป็นอีกตัวเลือกที่ดีเลยนะ เพราะจะประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะเหมือนกัน เท่าที่เห็นคนไทยหลายคนที่ไปเรียนต่อไต้หวันก็เลือกอยู่หอในกันเยอะอยู่

อยู่ไต้หวันแต่ไลฟ์สไตล์ญี่ปุ่น 

มีดีกว่าชาไข่มุก! แนะนำ 5 เหตุผลเริ่ดๆ ที่ควรไปเรียนต่อที่ ‘ไต้หวัน’
Cr. Unsplash
       “ทำไมไปเที่ยวไต้หวันแล้วนึกว่าอยู่ที่ญี่ปุ่น?” นี่คงจะเป็นสิ่งที่ใครหลายคนคิดเสมอเมื่อได้ไปเที่ยวดินแดนแห่งชาไข่มุก เพราะไม่ว่าจะเป็นอาคาร บ้านเรือน วัด สถานที่ต่างๆ ในไต้หวันล้วนมีกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นอยู่สูงมากกก แต่จะต่างกันตรงภาษาที่พูดเท่านั้น และที่ไต้หวันมีความเป็นชาติพระอาทิตย์อุทัยขนาดนี้เป็นเพราะว่า ครั้งหนึ่งเคยตกเป็นเมืองขึ้นของญี่ปุ่นมากกว่า 50 ปีนั่นเอง (เป็นเมืองขึ้นจนถึงปี ค.ศ. 1945) ซึ่งระยะเวลา 5 ทศววรษที่ญี่ปุ่นเข้าครอบครองหมู่เกาะแห่งนี้ก็ถือว่ามากพอที่จะเปลี่ยนแนวคิดของชาวไต้หวันได้หลายรุ่นเลยล่ะ สมมติย้อนไปสมัยนั้น ถ้าถามคนที่นี่ว่าเป็นคนชาติอะไร เค้าก็พร้อมใจตอบว่า ‘เป็นคนญี่ปุ่น’ เลยล่ะ แม้ว่ารากเดิมของเค้าจะเป็นคนจีนก็ตาม
       และถึงแม้ว่าจะเป็นอิสระจากญี่ปุ่นมาหลายสิบปีแล้ว แต่วัฒนธรรมหรือแนวคิดที่เคยได้รับก็ยังคงหลงเหลืออยู่ ที่เห็นชัดๆ ก็คงจะเป็นเรื่องความขยันและความสุภาพที่หลายคนบอกว่า นี่แหละคือสิ่งที่ได้รับมาจากญี่ปุ่นเต็มๆ หรือถ้ายกตัวอย่างอื่นๆ นอกจากวัฒนธรรม ก็คงจะเป็นสถานที่ต่างๆ อย่างเช่น มหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของประเทศอย่าง ‘มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน’  (National Taiwan University, NTU) หรือที่เรียกกันว่า ‘ไถต้า’ น้องๆ รู้มั้ยครับว่าความจริงแล้วมหาวิทยาลัยนี้ก่อตั้งโดยรัฐบาลญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 1928 สมัยช่วงก่อนสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งชื่อของไถต้าในยุคนั้นยังเป็นภาษาญี่ปุ่นอยู่เลยครับ โดยมีชื่อว่า ‘มหาวิทยาลัยจักรวรรดิ์โทไฮกุ’ ซึ่งนับเป็น 1 ใน 9 ของมหาวิทยาลัยจักรวรรดิ์ญี่ปุ่นอีกด้วย ส่วนชื่อปัจจุบันก็เพิ่งมาเปลี่ยนหลังจากเป็นอิสรภาพจากญี่ปุ่นนั่นเองครับ

มีชีวิตดีๆ ที่ไต้หวัน 

มีดีกว่าชาไข่มุก! แนะนำ 5 เหตุผลเริ่ดๆ ที่ควรไปเรียนต่อที่ ‘ไต้หวัน’
Cr. Unsplash
      มาถึงที่ข้อท้ายที่ขึ้นหัวข้อมาดูเหมือนอวยสุดๆ (ความจริงก็อวยแหละ 555) หลังจากที่พี่ได้มีโอกาสไปสอบถามคนรู้จักหลายคนที่ตอนนี้กำลังเรียนต่ออยู่ที่ไต้หวัน ทุกคนต่างบอกว่าชีวิตดีมากกก ไม่อยากอยู่ที่นี่แค่เรียนอย่างเดียว แต่อยากใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นเลยก็มี ด้วยความที่ค่าครองชีพไม่ต่างจากไทยมากนัก แถมสภาพสังคมของที่นั่นก็ดี ระบบการรักษาความปลอดภัยก็เริ่ด อีกทั้งระบบการจัดการขนส่งมวลชนของไต้หวันก็ดีงาม ยกตัวอย่างถ้าเราอยู่ในเมืองหลวงไทเป เราจะสามารถนั่งรถไฟฟ้าไปได้ทุกที่เลยครับ ไม่จำเป็นต้องมานั่งต่อรถอีกหลายต่อให้วุ่นวาย (เหมือนกับบางประเทศ) อ้อ! อีกข้อดีคือ น้องๆ นักศึกษาสามารถขึ้นรถบัสสาธารณะได้ฟรีอีกด้วยนะ หากน้องๆ พักอยู่ภายในบริเวณ 10 กิโลเมตรจากโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย คือดีอ่ะ!
       อีกเรื่องที่ดีงามไม่แพ้กันก็คงจะเป็นเรื่องผู้คนของที่นี่นี่แหละ เพราะคนไต้หวันส่วนใหญ่น่ารักมาก (แถมหน้าตาดีมากด้วย เอ้า! ผิดประเด็น 5555) ยิ่งถ้าเราเป็นชาวต่างชาติ พวกเค้าก็พยายามที่จะช่วยเหลือเต็มที่ โดยเฉพาะกับนักศึกษาต่างชาติ คนที่นี่จะเอ็นดูเป็นพิเศษเลยครับ อันนี้ก็ไม่รู้ว่าจริงมั้ยนะ แต่ส่วนใหญ่บอกมาแบบนี้
มีดีกว่าชาไข่มุก! แนะนำ 5 เหตุผลเริ่ดๆ ที่ควรไปเรียนต่อที่ ‘ไต้หวัน’
Cr. Unsplash
       และเรื่องสุดท้ายที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คงจะเป็นเรื่องอาหารการกินของที่ไต้หวัน เอาจริงเรื่องนี้ไม่ต้องบอกแต่หลายคนก็น่าจะพอรู้กันบ้างแหละ ยิ่งใครที่เป็นสาวกชานมไข่มุกคงต้องกรี๊ดแน่นอน เพราะมีร้านเปิดขายเรียงรายมากมายพอๆ กับร้านข้าวเลย และไม่ใช่แค่มีดีแค่ชานมนะครับ ยังมีเมนูเด็ดๆ ให้รอเราไปลิ้มลองอีกเพียบเลย และราคาก็พอๆ กับไทยเลยล่ะ อย่างถ้าน้องๆ ไปเรียนต่อจะต้องเจอตลาดนัดกลางคืนของแต่ละมหาวิทยาลัยแน่นอน บอกเลยของกินเพียบโดนใจสายกินแบบชาวเราสุดๆ และถ้าเป็นร้านเปิดใกล้มหา’ลัย ราคาก็ยังอยู่ในเกณฑ์ย่อมเยาสบายกระเป๋าแน่นอนครับ (ถ้าไม่ติดว่ากินเยอะนะ ฮ่าๆ)

       นี่ก็เป็นแค่ตัวอย่างเหตุผลคร่าวๆ ที่พี่เองได้ไปสอบถามจากหลายๆ คนที่ไปเรียนต่อที่ไต้หวันมา หวังว่าที่นี่จะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น้องๆ สนใจจะไปเรียนต่อกันนะครับ ส่วนใครอยากจะแชร์ประสบการณ์เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเรียนต่อที่ไต้หวันก็คอมเมนต์มาได้เลยนะ พี่และน้องๆ ชาว Dek-D รออ่านอยู่
แหล่งที่มา : dek-d.com/studyabroad