“พิศิษฐ์” ลั่นไม่ถอนชิงผู้ว่าฯ สตง.โวย สนช.ออก กม.ลูกสกัดกั้นเป็นไปตามนิติธรรมหรือไม่

ตุลาคม 21, 2017 2:39 am โดย admin
0
14

24

อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ชมร่างกฏหมายลูกตรวจเงินแผ่นดิน ให้ตรวจสอบ ป.ป.ช.ได้เป็นนวัตกรรมใหม่ ยันไม่เกี่ยวตรวจสอบสำนวน รูปคดี ยกคำสั่ง คสช.การันตียังลงสมัครผู้ว่าฯ สตง.อีกได้ ถาม สนช.ออกบทเฉพาะกาลสกัดกั้น เป็นไปตามหลักนิติธรรมหรือไม่ ไม่รู้ทำไมต้องทำ สวนบางคนในอดีตก็เคยหนุนให้ผู้ว่าฯ อยู่ต่อ แต่คราวนี้กลับกัน ลั่นไม่ถอนตัว โยน กก.สรรหาพิจารณา

วันนี้ (20 ต.ค.) นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวถึงร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน ที่มีเนื้อหาให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบเจ้าหน้าที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ว่า เป็นนวัตกรรมใหม่ที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ออกแบบให้มีการตรวจสอบถ่วงดุล โดยยึดหลักการว่าองค์กรอิสระที่มีอำนาจในการตรวจสอบก็จะถูกตรวจสอบได้ด้วยเช่นเดียวกัน เช่นเดียวกับสตง.ที่มีอำนาจตรวจสอบการใช้จ่ายเงินแผ่นดินก็ต้องถูกผู้ตรวจสอบบัญชีตรวจสอบด้วย การออกแบบของ กรธ.ครั้งนี้กำหนดเพียงแค่เจ้าหน้าที่ในกรณีที่เมื่อตรวจเงินแผ่นดินแล้วพบว่ามีพยานหลักฐานเชื่อว่ามีการกระทำในทางมิชอบก็สามารถตรวจสอบต่อได้ แต่มีขั้นตอนว่าเมื่อรวบรวมหลักฐานเสร็จจะต้องส่งประธาน ป.ป.ช. ว่าพบเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ที่มีปัญหา เป็นวิธีการเดียวกับที่ ป.ป.ช.ตรวจสอบคนอื่น ถือเป็นวิธีชั้นสูงกว่าการสอบสวนแล้วชี้มูลกล่าวโทษ จึงเห็นว่ามีลักษณะคุ้มครองมากกว่า

นายพิศิษฐ์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่วิตกกังวลว่าจะไปล่วงล้ำในเรื่องของสำนวน ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.เป็นเจ้าพนักงานไต่สวน ไต่สวนคดีจะถูกรบกวนนั้น ตนเห็นว่าในเรื่องการตรวจสอบการเงิน ไม่มีเรื่องที่ต้องไปตรวจสอบสำนวน หรือรูปคดี แต่ก็เห็นใจเพราะเป็นเรื่องใหม่ อย่างไรก็ตามเมื่อเป็นกฎหมายก็ต้องยอมรับเพราะทุกหน่วยงานต้องตรวจสอบถ่วงดุลเช่นนี้ เพื่อให้สังคมเกิดความเชื่อมั่นว่าปราศจากการตรวจสอบ แต่คนทำงานในป.ป.ช.ต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบถ่วงดุลด้วย

สำหรับกรณีที่ร่างพ.ร.ป.ดังกล่าวกำหนดไว้ในบทเฉพาะการมาตรา 108 วรรคท้ายว่าผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่า สตง.ก่อนกฎหมายฉบับนี้บังคับใช้ให้ถือว่าเคยดำรงตำแหน่งผู้ว่า สตง.มาก่อน ส่งผลให้อดีตผู้ว่า สตง.จะมีปัญหาในการลงสมัครรับการสรรหาผู้ว่าสตง.ใหม่นั้น นายพิศิษฐ์ กล่าวว่า ตามกฎหมายในปัจจุบันตนมีสิทธิลงสมัครรับการสรรหา โดยยึดตามคำสั่ง คสช.ที่71/2557 ซึ่งได้ดูอย่างรอบคอบแล้วว่าผู้สมัครเป็นผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและดำรงตำแหน่งแล้วยังสามารถสมัครได้อีก 1 วาระ อย่างน้อย 2 ปี ซึ่งคำสั่งนี้ยังมีผลบังคับใช้อยู่ ดังนั้นตนจึงมีคุณสมบัติที่จะลงสมัครได้ โดยถือว่าไม่เคยดำรงตำแหน่งใดในองค์กรอิสระตามความหมายที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ และเป็นเรื่องที่ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก็ยอมรับ จึงไปกำหนดในบทเฉพาะการมาตรา 108 เพื่อสกัดกั้น ซึ่งการถือว่าเคยดำรงตำแหน่งตามกฎหมายอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกฎหมายที่ออกมามีผลบังคับใช้แล้วให้ถือว่าเป็นหนึ่งวาระ จะเป็นที่ยอมรับได้หรือไม่ เป็นไปตามหลักนิติธรรมหรือไม่ เป็นเรื่องที่สังคมคงจะรับทราบและตรวจสอบได้ เพราะเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน และสังคมต้องตั้งคำถามด้วยว่าเขียนกฎหมายมาตรานี้ออกมาแล้วบ้านเมืองได้ประโยชน์อย่างไร

เมื่อถามว่า เชื่อว่าการเขียนในมาตรา 108 เป็นการสกัดกั้นนายพิศิษฐ์ ใช่หรือไม่ นายพิศิษฐ์ กล่าวว่า พอจะเห็นได้อยู่ เพราะตอนนี้ยังไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งผู้ว่า สตง. แต่กลับเขียนย้อนไปว่าผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งก่อนที่กฎหมายจะมีผลบังคับใช้ จึงพอทราบเจตนารมณ์อยู่ ซึ่งกฎหมายลักษณะนี้ในทางวิชาการไม่เคยเกิดขึ้น แต่ตนก็ไม่ทราบเหตุผลว่าทำไมต้องมาสกัดกั้นตน ตลอดการทำงานทั้งชีวิตทุ่มเทให้กับการทำหน้าที่ โดยไม่คำนึงว่าจะกระทบกับใครเป็นการเฉพาะ คิดถึงแต่การดูแลเงินแผ่นดิน

“ในอดีตคนที่อภิปรายสนับสนุนมาตรานี้ เคยอภิปรายในสมัยที่เป็น ส.ว.สนับสุนนให้ผู้ว่า สตง.ท่านหนึ่งที่อายุพ้นเกณฑ์ไปแล้วให้มีสิทธิ์กลับมาสมัครใหม่ได้ โดยให้เหตุผลว่า การที่เคยดำรงตำแหน่งมาก่อนไม่ถือว่าเป็นหนึ่งวาระ แต่ครั้งนี้กลับเขียนกลับกัน แสดงให้เห็นว่าคนเปลี่ยนแปลงได้ อย่างไรก็ตามผมจะไม่ถอนตัวจากการลงสมัคร เพราะไม่มีข้อห้าม ซึ่งคณะกรรมการสรรหาจะเป็นผู้พิจารณา โดยคณะกรรมการสรรหาไม่เกี่ยวข้องกับประธานทั้ง 3 ศาล เป็นเรื่องของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) เป็นผู้สรรหา ผมมีหน้าที่นำเสนอแนวคิดการทำงานตามนโยบาย คตง.ชุดปัจจุบันอย่างไร แต่ถ้าหลังจากกฎหมายออกแล้ว โดยไม่มีการแก้ไขมาตรา 108 ก็ต้องเคารพไปตามนั้น แต่ระหว่างนี้หากมีการพิจารณาทบทวนว่าขัดหลักนิติธรรมแล้วจะแก้ไขก็เป็นเรื่องของ สนช.หรือขั้นตอนที่ส่งไปยังนายกฯที่จะพิจารณาทบทวน โดยผมจะไม่ยื่นเรื่องถึงนายกฯ ให้เป็นอำนาจของนายกฯ พิจารณาโดยไม่ขอก้าวล่วง”นายพิศิษฐ์ กล่าว




แสดงความคิดเห็น

banner