ผู้ช่วยพยาบาลสาวเปิดใจ หลังถูกทหารซ้อม-ข่มขืน ขู่ฆ่าให้หายสาบสูญ

พฤศจิกายน 9, 2017 2:53 am โดย admin
0
5
ข่มขืน


         ผู้ช่วยพยาบาลสาวเปิดใจ หลังถูกทหาร ที่เป็นแฟนเก่า ซ้อม-ข่มขืน ขู่ฆ่าให้หายสาบสูญ เลิกกันแล้วแต่ยังตามราวีไม่เลิก คุกคามไปที่ทำงาน-เพื่อน

         จากกรณีที่เฟซบุ๊ก แหม่มโพธิ์ดำ ได้โพสต์ข้อความจากสมาชิกเพจรายหนึ่งที่ระบุว่า เป็นผู้ช่วยพยาบาล และมีแฟนเก่าเป็นนายทหาร ถูกทำร้ายร่างกาย ยึดทรัพย์สิน เอกสารสำคัญ อีกทั้งยังข่มขู่ว่าจะฆ่าให้ตาย อีกทั้งยังใช้กำลังข่มขืน และถ่ายรูปเก้บไว้ ไม่แน่ใจว่ามีคลิปด้วยไหม และยังตามราวีไม่เลิกนั้น

 

         เกี่ยวกับเรื่องนี้วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย
ได้สัมภาษณ์ แจง (นามสมมุติ) ผู้เสียหายดังกล่าว และทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์
ประธานรณณงค์ทวงคืนความเป็นธรรมในสังคม ถึงกรณีที่เกิดขึ้นดังกล่าว

         แจง :  หนูอายุ 25 ทำอาชีพผู้ช่วยพยาบาล หนูคบกับผู้ชายคนหนึ่ง
คบกันได้ซักพักเขาชวนหนูให้มาอยู่ด้วย เพิ่งมารู้ว่าเป็นทหาร ยศร้อยตรี
อายุ 51 ยินยอมคบตอนนั้นอาจด้วยความอาจหลงหรือรักเลยไปอยู่กับเขาในค่ายทหาร
พอไปอยู่ได้สักพักหนึ่ง ความคิดไม่ตรงกัน อายุมันก็ห่างกัน

– เขามีลูกมั้ย ?

         แจง : มีค่ะ มีลูก 3 คนแต่เลิกภรรยาแล้ว ลูกอยู่ในบ้านนี้ 1 คน
ก่อนหน้านั้นเขาไม่เคยทำร้ายร่างกาย แต่จะชอบใช้อารมณ์
หนูไม่ชอบที่เขาใช้อารมณ์ จนมาวันหนึ่งหนูไปรู้จักเพื่อนชายอีกคนหนึ่ง
ซึงหนูอยู่กับคนนี้ หนูรู้สึกว่าหนูมีความสุข ความคิดเดียวกัน
ไม่เคยมาด่าว่าเรา มันก็สบายใจกว่า เขาก็ไม่พอใจ
เขารู้จากการที่เขาวิดีโอคอลมาแล้วหนูอยู่กับผู้ชายคนนี้ เขาไม่พอใจ
ก็จบกันวันนั้นเลย

– แล้วมีปัญหาอะไร ?

         แจง :  พอมารุ่งเช้า
เขานัดให้หนูไปเคลียร์เรื่องเงิน หนูคิดว่าเงินแค่5
หมื่นหนูสามารถเคลียร์ได้ เป็นเงินที่หนูยืมให้เพื่อนค่ะหนูก็ไปค่ะ
พอเข้าไปก็เหมือนคุยกันเรื่องส่วนตัว แล้วมันไม่ได้ตามที่เขาต้องการ
ก็ขอเลิกแต่เขาไม่ยอมเลิก เขาก็ถาม พอไม่ได้คำตอบที่เขาคิด
เขาก็ตบที่หน้าเลยค่ะเยอะมาก เรียกว่าซ้อมค่ะ แต่ไม่เตะไม่ต่อย
ก็ต้องสู้ค่ะตอนนั้นจนไม่ไหวแล้วจริง ๆ เขาโทร. ไปด่าเพื่อนชายคนนั้น
หนูเลยตะโกนว่าให้มาช่วยหน่อยหนูไม่ไหวแล้ว ประมาณ 5 นาทีได้
ผู้ชายคนนั้นก็มาช่วยในค่ายทหาร คือข้าง ๆ เป็นประตูเล็ก คนนอกเข้าได้
เป็นหอพักในค่ายทหาร คนเข้ามาได้ค่ะ เพื่อนชายเขารออยู่ข้างนอก
เพราะเขากลัวเราไม่ปลอดภัย เขาเลยไปเป็นเพื่อน แล้วเราก็วิ่งออกมา
ไม่มีการต่อสู้ เพื่อนชายหนูจะล็อกเขาให้หนูออกมา หนูก็ไปแจ้งความ
ตร.บอกว่าเป็นแค่คดีของครอบครัว ให้หนูไปเคลียร์เขาก่อนมั้ย

         ทนาย : เป็นได้ คดีครอบครัว ถึงแม้ว่าไม่ได้จดทะเบียนสมรสก็สามารถเป็นได้
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว
ซึ่งกฎหมายจะให้สิทธิ์สำหรับคดีอย่างนี้

– เขาไม่ได้จดทะเบียน ไม่ได้แต่งงาน ใช้คำว่าครอบครัวได้เหรอ ?

         ทนาย :
ได้ครับ เป็นแฟน มันมีกฎหมายคุ้มครองมา ไม่ต้องจดทะเบียนสมรส
หรือแม้แต่กรณีการอ้างเหตุบันดาลโทสะ ยิงทิ้ง หรือไปเจอเป็นชู้กันอย่างนี้
ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนสมรสนะครับ ก็อยู่กินกันมา

– พอหนีออกมาได้ก็น่าจะจบ ?

         แจง :  ก็ไปแจ้งความ ตร.เขาให้มาเคลียร์กันก่อน
ถ้าไม่ได้จริงให้หนูไปฟ้องผู้บังคับบัญชาเขา ตอนนั้นไม่รู้จะทำยังไง
หนูตัวคนเดียว หนูก็ปรึกษาเพื่อนทุกคนว่าหนูต้องทำยังไง
เพื่อนก็บอกว่าให้ลองไปตามเพจนี้ดู จนวันศุกร์ค่ะ หนูมาทำงาน
เขามาดักรอหนูที่รพ. เขาก็มาขอเคลียร์เรื่องเงินอีกรอบ
ตอนนี้ส่งเรื่องที่เพจแหม่มโพธิ์ดำแล้ว
เขาก็ขอเคลียร์เรื่องแยกทางกันอีกรอบ พอเคลียร์ไม่ได้เขาก็ตบหนูที่รพ.
คนเห็นเยอะเลย ตรงนั้นเป็นโอพีดี

– มีกล้องวงจรปิดจับภาพ ?

         แจง :  น่าจะมีค่ะ แต่ยังไม่ได้ขอค่ะ เหตุการณ์เพิ่งเกิด

         ทนาย :
ทำแบบนี้ไม่ได้นะ นี่เรื่องใหญ่นะ สถานที่ราชการนะ

         แจง :  เข้าไปตบปุ๊บเขาก็ขู่ว่าเขาสามารถเอาหนูออกจากงานได้
ซึ่งงานกว่าหนูจะได้ ตอนนั้นหนูคิดว่าแค่ไม่ได้
เขาก็ลูบกระเป๋าว่าเขาทำอะไรได้มากกว่าที่คิด เขามีปืนในกระเป๋าสะพาย
เขาบอกว่าเขาทำอะไรได้มากกว่าที่หนูคิด ถ้าไม่อยากตายในรพ. ก็ให้ไปกับเขา

         ทนาย :
พูดกลางห้องเลยเหรอ

         แจง :  พูดกลางห้องค่ะ แต่ไม่ได้เสียงดังมาก
เขาบอกว่ามึงอย่าคิดนะว่ากูทำอะไรไม่ได้ กูทำอะไรได้มากกว่าที่มึงคิด
ถ้ามึงไม่อยากตายกลางรพ.มึงก็ไปกับกู ไปคุยกับกูที่กรม หนูก็ต้องไป
หนูต้องเอาชีวิตหนู

– ไปถึงแล้วเป็นยงไง ?

         แจง :  เขาก็เคลียร์เรื่องนี้ สรุปแยกทางกันอีกรอบ เขาบอกว่ารถเขาจะไม่คืน
ถ้าจะไปก็ต้องไปแต่ตัววันแรกที่เข้าไปเคลียร์เขายึดทุกอย่างของหนูไปหมดเลย
เขาบอกว่าให้หนูไปได้แต่ตัว วันนั้นมันเอาไม่ได้เพราะเขาบอกว่าเขาไม่ให้
รถเป็นชื่อหนู จ่ายเอง ผ่อนเองหมดเลย ดาวน์เอง ไม่มีเงินเขาสักบาท

– นายทหารล่วงละเมิดทางเพศถ่ายคลิป ขู่จะฆ่าให้ตาย วันที่ 4 คืนวันเสาร์เขาพูดยังไง ?

         แจง :  ก็ดูข่าวน้องน้ำที่ฆ่าฝังศพ
เขาบอกว่าถ้าหนูหนีเขาไปเขาจะไม่ฆ่าฝังศพอย่างนี้แน่นอน
แต่เขาจะทำยังไงก็ได้ให้ศพหนูหายไปภายใน 7 วัน
ซึ่งระบุมาว่าเขาจะเอาไปทิ้งในบ่อจระเข้
ตอนนั้นหนูก็รู้สึกระแวงว่าเขาจะฆ่าหนู
เขาจะทำอะไรหนูก็ได้เพราะหนูอยู่กับเขา
พอวันอาทิตย์หนูก็ทำทุกอย่างให้เป็นปกติเพื่อให้รู้ว่าหนูไม่หนีไปจากเขาแน่นอน
จนมาถึงวันจันทน์หนูก็ไปทำงานโดยขับมอเตอร์ไซค์ของเขาไปที่รพ.
แล้ววันนั้นหนูมานั่งคิดว่าหนูอยู่อย่างนี้ไม่ได้
เพราะหนูต้องมานั่งระแวงตลอดเวลา หนูเลยตัดสินใจออกจากรพ. ไปปรึกษาที่สน.
โดยนำใบแจ้งความไป ตอนั้นเขาไม่ได้ตามเขาคิดว่าหนูไปทำงาน
เพราะเขามีคลิปอยู่ในมือ หนูต้องกลัวเขา สน.แนะนำให้ไปร้องเรียนที่ทำเนียบ
สน.แจ้งว่าเป็นเรื่องของครอบครัว หนูไปอีกสน.หนึ่ง
เขาบอกว่าถ้าอยากให้เรื่องเร็วลองไปร้องเรียนดู หนูก็ไปร้องค่ะ

– ตอนนี้มีผลอะไร ?

         แจง :  เจ้าหน้าที่แจ้งว่า 15-30 วันซึ่งหนูคิดว่ามันนานเกินไป
ความปลอดภัยในชีวิตหนูตอนนี้ก็ไม่มีแล้วเพราะเขารู้แล้วว่าหนูออกจากเขามาแล้ว

– วันนี้จะทำยังไง เมื่อวานอยู่ยังไง ?

         แจง :  อยู่หลบ ๆ ซ่อน ๆ เขาก็โทร. แต่หนูบล็อกเบอร์ ตอนนี้ก็อยู่หลบ ๆ ซ่อน ๆ อยากได้รถคืนเพราะเป็นชื่อหนู หนูดาวน์ หนูผ่อน

– ทีมงานได้ติดต่อ เขาบอกว่าเขาไมรู้เรื่องนี้เลย เกิดอะไรขึ้น หลังจากนั้นก็บอกว่ารถถ้าจะมาเอาก็ให้มาเอา ?

         แจง :  ก่อนหน้านี้เขาพูดเลยว่าเขาไม่ให้
หนูไม่ทราบว่าเพราะอะไรเขาถึงไม่ไห้เพราะสะใจหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ
เขาปรึกษาลูกคนโต อายุ 32 บอกว่าไม่ให้ ถ้าให้มันก็หนีจากพ่อไป
พ่อจะให้มันทำไม

– คุณทนายบ้าง จะทำยังไง ?

         ทนาย :
ฟังดูแปลกๆ คือเหมือนน้องมีบางอย่างที่ปิดบังไว้ ไม่รู้เรื่องอะไร
ที่พูดมามีความจริงแค่ไหนบ้าง ต้องดูพยานหลักฐานด้วยนะ คุณไปตีกันในรพ.
คิดว่ารพ.ยอมเหรอ ทำไมไม่มีการแจ้งความร้องทุกข์กันตอนนั้น

         แจง :  ตอนนั้นเขาเอาหนูไป หนูก็ไม่ได้ไปไหนอีกเลย

         ทนาย :
รพ.ไม่เอาเรื่องเหรอ

         แจง : ตรงนั้นมีแต่คนไข้ค่ะ

         ทนาย :
ทำไมรพ.ไม่เอาเรื่องในเมื่อมีคนไข้ พยาบาลก็ต้องเห็นสิ

         แจง :  หนูก็ไม่ทราบค่ะ

         ทนาย : เรื่องรถต้องบอกก่อนถ้าในเรื่องทรัพย์สิน ถ้าเป็นของเขา
คนอื่นไม่มีสิทธิ์ได้นะ คุณเอาของเขาไปก็ต้องเอามาคืน
ถ้าไม่มาคืนมีความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ลักทรัพย์แล้วแต่พฤติการณ์
ในคดีนี้ที่บอกว่าทำร้ายร่างกาย ถ้าทำร้ายรางกายจริง ผลตรวจร่างกายต้องมี

– แล้วมีมั้ย ?

         แจง : วันที่ต้องไปตรวจร่างกาย เขาไปตามหนูที่รพ. หนูไม่สามารถตรวจร่างกายได้
เพราะหนูไม่ได้ตรวจที่รพ.ที่หนูทำงาน หนูไปตรวจที่รพ.อีกรพ.หนึ่ง

– สรุปตรวจหรือไม่ตรวจ ?

         แจง : วันนั้นไม่ได้ตรวจค่ะ ตอนนี้ก็ไม่ได้ตรวจเหมือนกัน

         ทนาย :ไม่ได้ไปตรวจร่างกายเลยว่าได้ไปทำร้ายจริงหรือเปล่า

         แจง :  แต่ได้ไปทำเรื่องแล้วค่ะ

         ทนาย : แต่ไม่เคยตรวจเลย มันก็ไม่รู้ว่าถูกทำร้ายจริงหรือเปล่าไง
มันต้องมีการตรวจร่างกาย  ต้องมีหลักฐานพยานยืนยัน เราจะไปว่ากล่าวใคร
ตามกฎหมายต้องมีหลักฐาน คุณถูกทำร้ายร่างกายจริงมั้ย ถูกข่มขืนจริงมั้ย
มีร่องรอยการร่วมเพศจริงมั้ย
ผมว่าในประเด็นแบล็กเมล์และถ่ายคลิปเป็นเรื่องใหญ่นะ

– เรื่องเกิดวันเสาร์ วันนี้วันพุธ ไปตรวจวันนี้ทันมั้ย ?

         ทนาย :
ทัน

         แจง :  หลังจบรายการไปได้เลยค่ะ

– เรื่องรถนี่ยังไง ?

         ทนาย :
เรื่องรถต้องเอามาคืนเขาเพราะเป็นชื่อเขา
ส่วนจะไปเอาเงินดาวน์อะไรจากใครไม่รู้ แต่ต้องเอามาคืนเขา
ไม่คืนก็ติดคุกสิครับ ส่วนที่ลูกชายเขาพูดผมว่าฟังดูแปลก ๆ นะ
ทำไมต้องพูดแบบนี้ แสดงว่าที่มาของรถคันนี้แปลก ๆ แล้ว

         แจง :  ไม่แปลกค่ะ เป็นเงินของหนูหมดทุกบาท หนูดาวน์เอง ผ่อนเองทุกงวด

– เขาอ้างได้มั้ยว่าไปจอดทิ้งไว้แล้วไปเอาเอง ?

         ทนาย :เขามีพยานบุคคล เพื่อนชายเขาก็ไป ไอ้ที่ไปล็อกคอวิ่งหนีออกมาไม่มีคนเห็นเลยเหรอ

         แจง :  มันเป็นแฟลตค่ะ ตอนนั้นเป็นช่วงทำงาน มันอาจจะมีกล้องตรงนั้นก็ได้

         ทนาย :ได้บอกตร.ให้ไปเอากล้องมั้ย

         แจง :  ตร.บอกหนูให้ไปบอกผู้บังคับบัญชาเขาก่อน

         ทนาย :ได้ติดต่อหรือยัง

         แจง :  หนูไม่ทราบว่าหนูต้องไปติดต่อยังไง หนูเลยยังไม่ได้ไปติดต่อ

         ทนาย :
เรื่องไม่ยอมคืนรถเรื่องเล็กกว่าข่มขืนอีกนะ ข่มขืนโทษหนักกว่านะ
ถึงจะอยู่ด้วยกันก็จริง แต่สภาวะตอนนั้นจะเป็นแฟนมั้ยล่ะ
ไปต่อยที่รพ.อย่างนี้

– ข้อกฎหมายบอกว่าสามีข่มขืนภรรยายังผิด ?

         ทนาย : ก็ผิดไงครับ อันนี้ไม่ใช่สามีภรรยา เป็นแฟน แล้วก่อนหน้าที่จะมีอะไรกัน มีการบังคับ พยานหลักฐานก็มี

– แบบนี้ดูในมุมทนาย คิดว่าไหวมั้ยถ้าวันนี้เขาจะมีข้ออ้าง ?

         ทนาย :
คดีทางเพศนี่ผู้หญิงได้เปรียบนะ ผู้ชายจะซวย ถ้าเป็นนายทหารจริง ๆ เผลอ ๆ
เคสนี้ออกจากราชการนะครับ ผมเลยงงว่าทำไมไม่เอาทรัพย์สินมาคืนเขา จะได้จบ ๆ
กันไป

– สุดท้ายจะเอายังไงต่อไป ?

         แจง :
หนูอยากได้รถหนูคืน เพราะหนูต้องมานั่งผ่อน หนูลำบากเวลาต้องไปไหนต่อไหน
หนูไม่อยากให้เขามาวุ่นวายชีวิตและคนรอบข้างหนู โทร.ไประรานเพื่อน
หาเพื่อนตลอดเลย ตอนนี้เพื่อนเครียดมากเลย




แสดงความคิดเห็น