ประกาศผลเครื่องยนต์แห่งปี 2018 ยังไม่มีใครกิน Ferrari กับ Tesla ได้เลย

มิถุนายน 19, 2018 8:44 am โดย admin
0
79
International engine of the year ประกาศผลเครื่องยนต์ยอดเยี่ยม ปี 2018 Ferrari ยังคงหวงรางวัลเครื่องยนต์ยอดเยี่ยมและสมรรถนะยอดเยี่ยมแห่งปี ส่วน Tesla ครองความเป็นเจ้าเครื่องยนต์สีเขียวและขุมพลังไฟฟ้าแบบไม่คิดจะแบ่งให้ใครกันเลย
          ผลการตัดสิน International Engine of the year awards 2018 อาจดูไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงนักเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และในปีนี้น่าเสียดายมากว่าขุมพลังจากญี่ปุ่นไม่สามารถฝ่าด่านเข้ามาเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ยอดเยี่ยมได้เลยสักประเภทเดียว !
          ทั้งนี้ International Engine of the year awards 2018 ได้ตัดสินโดยตัวแทนสื่อมวลชนทั่วโลก รวม 32 ประเทศ ซึ่งจะพิจารณาจากความประหยัด (Fuel Economy) ความราบเรียบในการทำงาน (Smoothness) สมรรถนะ (Performance) เสียงรบกวนและความพึงพอใจในการขับขี่ (Driveability)
          ส่วนการให้คะแนน กรรมการแต่ละคนจะมีคะแนนคนละ 25 แต้ม สำหรับ 5 เครื่องยนต์ที่ชื่นชอบมากที่สุดในแต่ละประเภท ทั้งนี้สามารถให้คะแนนสูงสุดได้ 15 คะแนน และต่ำสุด 1 คะแนน ต่อเครื่องยนต์ 1 บล็อก จากนั้นจะนำคะแนนทั้งหมดมารวมกันเพื่อหาสุดยอดเครื่องยนต์ประจำปี ส่วนผู้ผลิตรถยนต์รายใดได้ครองเครื่องยนต์ยอดเยี่ยมประเภทไหนบ้าง…Start your Engine แล้วไปเช็กผลการตัดสินพร้อมความเห็นของคณะกรรมการได้เลย

1. ประเภทขนาดความจุต่ำกว่า 1,000 ซี.ซี. / เครื่องยนต์เบนซิน แบบ 3 สูบ 999 ซี.ซี. เทอร์โบ ของกลุ่ม Volkswagen

           ความเห็น : ขุมพลัง 1.0 TSI คือทุกสิ่งที่คุณต้องการจากเครื่องยนต์ 3 สูบ ดาวน์ไซส์ งานประณีต ตอบสนองดี ยืดหยุ่นและใช้เชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพสำหรับการใช้งานจริง แถมยังใช้ได้ตั้งหลายแบรนด์
รถที่ใช้เครื่องยนต์นี้ ได้แก่
– Volkswagen Golf, Up, Up GTI, Polo และ T-Roc
– Audi A1, A3 และ Q2
– Seat Ibiza, Arona, Toledo, Ateca และ Leon
– Skoda Fabia, Rapid และ Karoq

2. ประเภท 1,000-1,400 ซี.ซี. / เครื่องยนต์เบนซิน แบบ 3 สูบ 1,200 ซี.ซี. เทอร์โบ ของกลุ่ม PSA

           ความเห็น : นี่คือเครื่องยนต์ที่ดีที่สุดในกลุ่มนี้ ให้เสียงไพเราะ ปราศจากอาการเทอร์โบแล็ก กำลังและแรงบิดยังเพียงพอสำหรับรถ SUV
รถที่ใช้เครื่องยนต์นี้ ได้แก่
– Peugeot 208, 308, 2008, 3008 และ 5008
– Citroen C3, C4, C4 Cactus, C-Elysee, C4 Picasso, C4 Grand Picasso, DS3 และ DS4
– Opel Crossland X และ Grandland X

3. ประเภท 1,400-1,800 ซี.ซี. / เครื่องยนต์ แบบ 3 สูบ 1,500 ซี.ซี. ของ BMW

          ความเห็น : เป็นการจับคู่ที่ลงตัวเพื่อให้ได้สมรรถนะสูงสุดและสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำเป็นพิเศษ แถมยังอยู่ในพาหนะที่ออกแบบได้น่าทึ่ง
รถที่ใช้เครื่องยนต์นี้ ได้แก่
– BMW i8 (ไฮบริด)

4. ประเภท 1,800-2,000 ซี.ซี. / เครื่องยนต์ Boxer แบบ 4 สูบนอน 2,000 ซี.ซี. เทอร์โบ ของ Porsche

           ความเห็น : งานดีและโดดเด่น ขุมพลังแบบสูบนอน 2.0 ลิตร นี้ให้อัตราเร่งและความประหยัดระดับสูงสุดในกลุ่มเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ซึ่งการแข่งขันสูงมาก
รถที่ใช้เครื่องยนต์นี้ ได้แก่
– Porsche 718 Boxster และ 718 Cayman

5. ประเภท 2,000-2,500 ซี.ซี. / เครื่องยนต์ แบบ 5 สูบ 2,500 ซี.ซี. เทอร์โบ ของ Audi

          ความเห็น : ขุมพลัง 5 สูบ ของอาวดี้ให้สมรรถนะและบุคลิกการขับขี่น่าประทับใจมาก มากจนอยากจะขับไปเรื่อย ๆ ไม่อยากหยุด
รถที่ใช้เครื่องยนต์นี้ ได้แก่
– Audi RS3, TT RS และ RS Q3

6. ประเภท 2,500-3,000 ซี.ซี. / เครื่องยนต์ Boxer แบบ 6 สูบนอน 3,000 ซี.ซี. เทอร์โบคู่ ของ Porsche

          ความเห็น : เป็นขุมพลังที่ยอดเยี่ยม เครื่องยนต์ 6 สูบนอน ของ Porsche โดดเด่นมากทั้งในแง่ของพละกำลัง ความแม่นยำและความสะใจ
รถที่ใช้เครื่องยนต์นี้ ได้แก่
– Porsche 911 Carrera, 911 Carrera 4, 911 Carrera S, 911 Carrera 4S, Carrera GTS และ Carrera 4 GTS

7. ประเภท 3,000-4,000 ซี.ซี. / เครื่องยนต์ แบบวี 8 สูบ 3,900 ซี.ซี. เทอร์โบคู่ ของ Ferrari

          ความเห็น : บริสุทธิ์ตอบสนองเป็นธรรมชาติ ทรงพลัง ไม่ประนีประนอม เป็นงานวิศวกรรมระดับ Masterpiece เสียงคำรามสุดยอดมาก
รถที่ใช้เครื่องยนต์นี้ ได้แก่
– Ferrari 488 GTB, 488 Spider และ 488 Pista

8. ประเภทขนาดความจุเกิน 4,000 ซี.ซี. / เครื่องยนต์ แบบวี 12 สูบ 6,500 ซี.ซี. ของ Ferrari

          ความเห็น : มันใช่ที่สุดแล้ว สำหรับขุมพลัง วี 12 สูบ ที่ปราศจากตัวช่วยอย่างเทอร์โบหรือเทคโนโลยีไฮบริด ให้เสียงและพละกำลังที่เกินคำบรรยาย
รถที่ใช้เครื่องยนต์นี้ ได้แก่
– Ferrari 812 Superfast

9. ประเภทขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า (Electric Powertrain) / ขุมพลังขับเคลื่อนไฟฟ้าล้วนของ Tesla

          ความเห็น : ยังคงเรียกได้ว่า Tesla คือผู้นำ ทั้งในแง่ระยะทางวิ่งสูงสุดและสมรรถนะที่โดดเด่น
รถที่ใช้ขุมพลังนี้ ได้แก่
– Tesla Model S, Model X และ Model 3

10. ประเภทขุมพลังรักษ์โลก (Green Engine) / ขุมพลังขับเคลื่อนไฟฟ้าล้วนของ Tesla

          ความเห็น : นั่นแหละ Tesla อีกแล้ว และยังคงเป็นบรรทัดฐานต่อไป ด้วยการจัดการเรื่องความร้อนได้ดี การใช้งานระยะยาวของแบตเตอรี่แทบจะไร้ปัญหา พละกำลังที่ได้ก็น่าประทับใจแถมเงียบอีกด้วย
รถที่ใช้ขุมพลังนี้ ได้แก่
– Tesla Model S, Model X และ Model 3

11. ประเภทเครื่องยนต์ใหม่ยอดเยี่ยม / เครื่องยนต์ แบบวี 12 สูบ 6,500 ซี.ซี. ของ Ferrari ให้กำลังสูงสุด 800 แรงม้า ที่ 8,500 รอบ/นาที และแรงบิด 718 นิวตันเมตร ที่ 7,000 รอบ/นาที (เครื่อง V12 ที่แรงสุด เท่าที่ Ferrari เคยสร้างมาสำหรับ Mass Production Car)

          ความเห็น : เครื่องยนต์ F140 หายใจธรรมดาไร้ตัวช่วยคือเป็นอะไรที่น่าประทับใจสุดยอด และให้ประสบการณ์ในการขับขี่ที่มหัศจรรย์อย่างแท้ทรู
รถที่ใช้เครื่องยนต์นี้ ได้แก่
– Ferrari 812 Superfast (สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 2.9 วินาที)

12. ประเภทเครื่องยนต์สมรรถนะยอดเยี่ยม / เครื่องยนต์ แบบวี 8 สูบ 3,900 ซี.ซี. เทอร์โบคู่ ของ Ferrari ให้กำลังสูงสุด 670 แรงม้า (720 แรงม้า ในรุ่น 488 Pista) ที่ 8,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 760 นิวตันเมตร (770 นิวตันเมตร ในรุ่น 488Pista) ที่ 3,000 รอบ/นาที (ที่เกียร์ 7)

          ความเห็น : เครื่องยนต์เทอร์โบก็จริงแต่ให้บุคลิกได้แบบไร้ระบบอัดอากาศ ระเบิดพลังและรีดกำลังได้สุดยอด สมรรถนะแพรวพราวและที่สำคัญประหยัดน้ำมันด้วย
รถที่ใช้เครื่องยนต์นี้ ได้แก่
– Ferrari 488 GTB, 488 Spider และ 488 Pista (สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 3.0 วินาที และ 2.85 วินาที สำหรับ 488 Pista)

13. เครื่องยนต์ยอดเยี่ยม ประจำปี 2018 (International Engine of the Year) / เครื่องยนต์ แบบวี 8 สูบ 3,900 ซี.ซี. เทอร์โบคู่ ใน Ferrari 488 GTB, 488 Spider และ 488 Pista

          ความเห็น : ไม่มีข้อโต้แย้ง เครื่องยนต์ วี 8 สูบ ของ Ferrari บล็อกนี้คืองานศิลป์ ทั้งดิบ ทรงพลัง เสียงคำรามดุดัน และเทอร์โบปราศจากอาการรอรอบ

          นับจากนี้ไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้า International engine of the year award จะยืนยาวไปได้อีกนานแค่ไหนหรือต้องปรับเปลี่ยนอย่างไรในยุครถยนต์ไฟฟ้ามาถึง ซึ่งมอเตอร์หรือแบตเตอรี่คงไม่ได้น่าสนใจเท่าอัตราเร่งหรือวิ่งได้ไกลแค่ไหน อาจเป็นเพียงศาสตร์ที่ขาดศิลป์ แบบสมาร์ทวอทช์ที่คนสนใจฟังก์ชั่นการใช้งานอื่น ๆ โดยไม่ต้องสนกลไกที่ทำให้เที่ยงตรงอีกแล้ว (เพราะมันตรงเสียยิ่งกว่าตรง) และเช่นกันภายในสมาร์ทวอทช์ก็ปราศจากงานฝีมือที่ละเอียดซับซ้อนและน่าทึ่ง หรือมีใครอินกับลายแผงวงจรล่ะ แต่เราคงไม่เด็ดขาด

 

แหล่งที่มา : car.kapook.com