ที่นี่มีแต่หญิงแกร่ง! Kvinnofolkhögskolan โรงเรียนหญิงพลังเฟมินิสต์ในสวีเดน

พฤศจิกายน 7, 2017 1:37 am โดย admin
0
7
    สวัสดีค่ะน้องๆ ที่ผ่านมาเราอาจรู้จักโรงเรียนหญิงล้วนมาเยอะแล้วใช่มั้ยคะ ไม่ว่าจะเป็นประเทศไหนก็มีโรงเรียนหญิงล้วนทั้งนั้น แต่เชื่อว่าน้องๆ หลายคนอาจไม่เคยรู้จัก “โรงเรียนหญิงล้วนเฟมินิสต์” มาก่อนแน่ๆ ว่าแต่มันคืออะไรกันนะ เรามาหาคำตอบกันเลย 
2
 Kvinnofolkhögskolan หรือ The Women’s High School เป็นโรงเรียนประชาชน (Folk High School) ที่ิเปิดให้เฉพาะผู้หญิงมาเรียน และเน้นสอนแบบแนวคิดเฟมินิสต์ (สตรีนิยม) บนพื้นฐานความหลากหลายของวัฒนธรรมต่างๆ ตั้งอยู่ที่เมืองโกเธนเบิร์ก ประเทศสวีเดน โรงเรียนก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1985 สนับสนุนโดยองค์กรการศึกษาขั้นสูงของสตรี (Foundation of the Women’s College of Higher Education) ที่ก่อตั้งในปี 1983 จุดประสงค์หลักของโรงเรียนนี้มีเพื่อสนับสนุนและพัฒนาการศึกษาเรียนรู้ของผู้หญิงโดยการเปิดโอกาสให้ผู้หญิงแต่ละคนได้ค้นหาตัวเองและมีจุดยืนอย่างเท่าเทียมในสังคม ภายใต้แนวคิดที่เห็นว่าผู้หญิงทุกคนบนโลกนี้ยังได้รับสิทธิ์ที่ไม่เท่าเทียมผู้ชายทั้งในด้านการเมือง สังคม เศรษฐกิจและวัฒนธรรม และยังไม่ได้รับการยอมรับและสนใจอย่างที่ควรเป็น และนอกจากจะเป็นพื้นที่ให้ผู้หญิงได้ศึกษาหาความรู้แล้ว ต่อมาในปี 2012 ทางโรงเรียนก็ได้เปลี่ยนกฎจากที่เคยเป็นโรงเรียนสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะให้หญิงข้ามเพศเข้าเรียนที่นี่ด้วยเช่นกันค่ะ
3
The Women’s High School นี้มีแนวคิดมาจากการเคลื่อนไหวของสิทธิสตรีในปี 1970 ในสวีเดนและได้รับความสนใจในหมู่ผู้หญิงจำนวนมากในเมืองโกเธนเบิร์ก และทางโรงเรียนก็ยังร่วมมือกับองค์กรสตรีต่างๆ ทั้งในเอเชีย, แอฟริกา และ ละตินอเมริกา และที่สำคัญคือผู้หญิงกว่า 200 คนที่เป็นส่วนร่วมในองค์กรต่างๆ เหล่านี้ก็มาสมัครเข้าเรียนที่นี่เช่นกัน โดยครึ่งหนึ่งเป็นชาวต่างชาติค่ะ
วิชาต่างๆ ที่โรงเรียนเปิดสอนจะมีเป็นคอร์สทั่วไป, สอนภาษาสวีเดน, สอนวิชาเกี่ยวกับเฟมินิสต์ต่างๆ ทั้งทฤษฎีและกิจกรรมอื่นๆ ที่ทำให้ผู้เข้าเรียนทุกคนมีส่วนร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และวัฒนธรรมกัน

Folk High School คืออะไร?

5
อย่างที่บอกว่าที่ The Women’s High School นี้เป็นโรงเรียนประชาชน หรือ Folk High School แต่ว่าโรงเรียนประชาชนคืออะไรกันแน่? คำนี้อาจจะใหม่กับหลายๆ คน เพราะโรงเรียนประชาชนจะไม่เหมือนกับโรงเรียนทั่วๆ ไปอย่างที่เราเรียนกันมา แต่จะเป็นโรงเรียนสำหรับผู้ใหญ่ที่ไม่ได้จบการศึกษาหรือมีโอกาสศึกษาเล่าเรียนตามแบบฉบับคนส่วนมากมา โรงเรียนประชาชนจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับบุคคลทั่วไปที่สนใจอยากหาความรู้ในด้านต่างๆ เพื่อเสริมสร้างพื้นฐานเพื่อนำไปใช้ในอนาคตได้ โรงเรียนประชาชนนี้ส่วนมากจะมีในกลุ่มประเทศนอร์ดิกต่างๆ (เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ไอซ์แลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน และกรีนแลนด์ รวมไปถึงหมู่เกาะที่เกี่ยวข้อง) และประเทศเยอรมนี, ออสเตรีย เป็นต้น
6
ถึงแม้ว่าโรงเรียนประชาชนจะมีเป้าหมายเดียวกันคือการให้ความรู้ในด้านต่างๆ แก่ประชาชน แต่โรงเรียนประชาชนในสวีเดนและเยอรมนีจะค่อนข้างแตกต่างจากเดนมาร์กและนอร์เวย์เพราะจะไม่เป็นโรงเรียนที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยโดยตรง ส่วนมากผู้เข้าเรียนที่โรงเรียนประชาชนนี้จะมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ส่วนตัวแล้วพี่ว่าเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้อพยพหรือคนที่ย้ายถิ่นฐานเข้ามาอยู่ในประเทศนั้นๆ ที่ไม่เคยเรียนหนังสือมาก่อน ได้เข้าเรียนและสร้างโอกาสให้ตัวเองเพื่ออาชีพในอนาคต เพราะการศึกษาของโรงเรียนเหล่านี้จะไม่ได้เน้นว่าต้องจบไปแล้วใช้วุฒิไปเป็นใบเบิกทางใดๆ แต่เขาจะเน้นความรู้ที่ได้รับทั้งวิชาชีพ และทฤษฎี แนวคิดที่จะสามารถนำไปเลี้ยงตัวเองได้จริงๆ และตัวเลือกในแต่ละสายวิชาเขาก็ค่อนข้างเยอะและกว้างขวางค่ะ
โรงเรียนประชาชนแห่งแรกของสวีเดนก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1868 ปัจจุบันมีโรงเรียนเหล่านี้เป็นจำนวนมากถึง 150 แห่งในประเทศ และถึงแม้ว่าหลักสูตรของโรงเรียนประชาชนจะไม่เหมือนกับโรงเรียนรัฐบาลหรือเอกชนทั่วไปที่คนเลือกเรียน แต่โรงเรียนประชาชนก็มีความสำคัญและถูกจัดอยู่ในระบบการศึกษาของสวีเดน แต่ละโรงเรียนประชาชนนั้นมีระบบการสอนที่แตกต่างกันไป ไม่ได้มาจากตำราหรือเกณฑ์เดียวกัน แต่ถึงยังไงจุดประสงค์ก็ยังคงเหมือนกันคือมุ่งมั่นผลักดันให้ผู้เรียนมีอิสระในการเรียนรู้และเลือกนำไปใช้ในแบบของตัวเอง

The Women’s High School ต่างกับ Folk High School ยังไง?

7
ความแตกต่างของ The Women’s High School กับโรงเรียนประชาชนทั่วไปคือที่นี่จะมุ่งเน้นให้ความสำคัญในความเป็น “ประชาธิปไตย” หรือความเท่าเทียมกัน อย่างที่บอกตอนต้นว่าที่โรงเรียนนี้ก่อตั้งขึ้นเพื่อผู้หญิงโดยเฉพาะก็เพราะกลุ่มผู้ก่อตั้งเห็นปัญหาของทั่วโลกในเรื่องการแบ่งแยกเพศและความไม่เท่าเทียมที่ผู้หญิงได้รับมาโดยตลอดไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตาม ทั้งที่บ้าน ที่โรงเรียน ที่ทำงาน และในสังคมต่างๆ จะเห็นได้ชัดว่าผู้ชายมักได้รับการ “ยอมรับ” ทั้งในอาชีพและในหลายๆ บทบาทในสังคม ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงสังคมให้มีความคิดที่กว้างขวางและเข้าใจกันมากขึ้นก็คือสิ่งสำคัญ เพราะทุกคนมีส่วนร่วมในการใช้ชีวิตทางสังคมอย่างเท่าเทียมกันโดยไม่ต้องคำนึงถึงเพศ
8
The Women’s High School จึงอยากสนับสนุนความสามารถของผู้หญิงทุกคนให้กล้าที่จะเปลี่ยนสังคม โดยให้ความรู้และเปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงทุกคนได้มาพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนในประเด็นที่น่าสนใจต่างๆ โดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา สถานะทางสังคม และอื่นๆ และเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มเคลื่อนไหวสตรีทั้งในสวีเดนและนานาชาติ และนอกจากนั้นที่โรงเรียนยังเปิดโรงเรียนอนุบาลเพื่อให้โอกาสผู้เรียนที่มีลูกและไม่มีเวลาดูแลได้พาลูกมาเรียนด้วยค่ะ

หลักสูตรที่เปิดสอนมีอะไรบ้าง?

9
ที่ The Women’s High School มีหลักสูตรที่เปิดสอนคือ คอร์สระยะยาวหลักสูตร 1 ปี และมากกว่า 1 ปี นอกจากนั้นจะมีคอร์สโปรเจคต์ต่างๆ คอร์สระยะสั้น คอร์สฤดูร้อน คอร์สฝึกอบรมระหว่างทำงาน โดยหลักสูตรเกือบทั้งหมดจะเน้นสอนในภาษาสวีเดน และมุ่งเน้นที่การศึกษาเกี่ยวกับเฟมินิสต์ ในบางคอร์สก็จะมีการศึกษาทฤษฎีเฟมินิสต์ที่ร่วมมือกับกลุ่มนักเคลื่อนไหวที่ทำภาพยนตร์ด้วย หรือบางคอร์สจะมุ่งเน้นศึกษาทฤษฎีหลายๆ แบบที่นำไปใช้กับการเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เป็นต้น
รายละเอียดของคอร์สต่างๆ มีดังนี้
10
• คอร์สระยะยาว
คอร์สระยะยาวแบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือ 
1. คอร์สทั่วไป สำหรับผู้ที่สนใจอยากเรียนรู้วัฒนธรรมของประเทศสวีเดนมากขึ้น ทั้งวิถีชีวิตและการทำงาน สังคมสวีเดน โดยจะสอนในระดับเหมือนชั้นประถม – มัธยม ผู้ที่จบการศึกษาในคอร์สนี้จะสามารถเรียนต่อในระดับที่สูงกว่าในโรงเรียนอื่นๆ หรือในมหาวิทยาลัยได้
2. คอร์สเฟมินิสต์ ศึกษาเกี่ยวกับสตรีนิยม ศึกษาเรื่องเกี่ยวกับแนวคิดแบบเฟมินิสต์หรือสตรีนิยมที่จะเน้นทำกิจกรรมและมีส่วนร่วมกับวันสำคัญต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น วันสตรีโลก (International Women’s Day) เป็นต้น
3. คอร์สภาษา สำหรับผู้ที่สนใจเรียนภาษาสวีเดน โดยจะมีการเรียนการสอนผ่านการฟัง พูด อ่าน เขียน ทั้งในห้องเรียนและกับผู้คนที่ทำงานอยู่ในโรงเรียน เช่นห้องทำอาหารในโรงเรียน นอกจากนั้นผู้เรียนจะได้ฝึกทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ และเรียนเรื่องสังคมศาสตร์ด้วย
นอกจากคอร์สต่างๆ นี้แล้วยังมีคอร์สพาร์ทไทม์แบบไม่เต็มเวลาโดยจะเป็นการร่วมงานกันระหว่างที่ทำงาน หรือองค์กรของผู้เรียนกับทางโรงเรียนด้วยค่ะ
• คอร์สโปรเจคต์ต่างๆ 
คอร์สนี้ส่วนมากจะใช้เวลาไม่ถึงปี และจะเป็นคอร์สที่ต้องร่วมงานกับนักแสดงในการทำภาพยนตร์การเคลื่อนไหวทางสังคม แต่ตอนนี้ทางโรงเรียนเปิดคอร์ส 12 เดือนสำหรับผู้ที่ไม่ได้สำเร็จการศึกษาชั้นประถมหรือมัธยมมาก่อน และคอร์สนี้จะร่วมมือกับสำนักจัดหางานในสวีเดน (Arbetsförmedlingen) ด้วยค่ะ
• คอร์สระยะสั้น
ในแต่ละปีทางโรงเรียนจะเปิดสอนคอร์สระยะสั้นหลายๆ คอร์สให้เรียน และส่วนมากจะเป็นคอร์สที่ต้องร่วมงานกับนักแสดงต่างๆ ของภาพยนตร์การเคลื่อนไหวทางสังคม นอกจากนั้นยังมีคอร์สกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับเพศทางเลือก เช่น คอร์สเต้นซัลซ่า (Queer salsa), เต้นแทงโก้ (Queer tango), คอร์สการดูแลและป้องกันตัวสำหรับผู้หญิงที่กำลังหาที่พักอาศัย (สำหรับผู้ลี้ภัย), คอร์สการจัดการสำหรับผู้หญิงลี้ภัยที่ไม่มีเอกสารสำคัญติดตัวมา และคอร์สท่องเที่ยวที่จะเปิดโลกกว้างทางการเคลื่อนไหวของกลุ่มเฟมินิสต์ในที่ต่างๆ ในยุโรป

ใครมาเรียนที่นี่บ้าง?

อย่างที่บอกไปว่าโรงเรียนนี้เหมาะกับผู้ใหญ่ที่ไม่ได้มีพื้นฐานการเรียนรู้มาก่อน อาจจะทั้งไม่มีโอกาสในการเรียนหรืออาจเป็นผู้อพยพย้ายถิ่นฐานเข้ามา เนื่องจากประเทศสวีเดนเป็นหนึ่งในประเทศที่เปิดรับผู้ลี้ภัยจำนวนมากและสนับสนุนให้คนเหล่านี้มีโอกาสทั้งที่อยู่อาศัย คุณภาพชีวิต การเรียนและการงาน จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับหญิงผู้ลี้ภัยหลายๆ คนที่ไม่เคยได้รับการศึกษามาก่อน
12
แต่นอกจากนั้นแล้ว เดี๋ยวนี้วัยรุ่นสวีเดนส่วนมากก็ค่อนข้างสนใจเรื่องเพศสภาพที่แตกต่าง มีการรณรงค์สนับสนุนและทำกิจกรรมที่เคลื่อนไหวทั้งทางการเมือง ทางสังคมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องวิถีเพศ ทั้งเพศชาย หญิง ทั้งเฟมินิสต์ และรวมถึงเพศทางเลือกหรือเพศที่สามด้วย ดังนั้นโรงเรียนนี้จึงเป็นอีกที่ที่หญิงวัยรุ่นสวีเดนสนใจมาเรียน โดยอาจเป็นผู้ที่เคยเข้าโรงเรียนศึกษามาก่อนแล้ว หรืออาจเลือกมาเรียนที่นี่เองเลยก็ได้ แต่ส่วนมากคนที่มาเรียนจะมีความสนใจในการเคลื่อนไหวและเปลี่ยนแปลงสังคมภายใต้หัวข้อ “เฟมินิสต์” อยู่แล้วค่ะ
เว็บไซต์โรงเรียน : http://kvinnofolkhogskolan.se/english/
 ถึงแม้ว่าโรงเรียนนี้จะเหมาะสำหรับชาวสวีเดนหรือผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศสวีเดนก็ตาม แต่พี่ชอบแนวคิดและกิจกรรมต่างๆ ของในโรงเรียนมากเลยค่ะ ถ้ามีโอกาสไปอยู่ที่นั่นก็อยากสมัครเข้าเรียนคอร์สระยะสั้นอยู่เหมือนกัน เพราะนอกจากจะได้ความรู้แล้วยังได้พบปะผู้คนใหม่ๆ ได้เรียนรู้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและแนวคิดที่น่าสนใจด้วยค่ะ อดคิดไม่ได้ว่าในไทยน่าจะมีโรงเรียนแบบนี้บ้างเหมือนกัน จะได้เป็นอีกหนึ่งที่ที่ให้การศึกษาและเป็นที่พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและความคิดค่ะ ^^
อ้างอิง



แสดงความคิดเห็น