ชูวิทย์ ชี้ ครอบครัวน้องเมย มีสิทธิ์ไม่เชื่อผลการชันสูตร และส่งศาลต่อได้

พฤศจิกายน 25, 2017 3:27 am โดย admin
0
11

11

ชูวิทย์ ชี้ ครอบครัวน้องเมย มีสิทธิ์ไม่เชื่อผลการชันสูตร แถมสามารถยื่นเรื่องให้ศาลตัดสินได้ หากคาใจ

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 เฟซบุ๊ก ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีต ส.ส. พรรครักประเทศไทย มีการเขียนข้อความถึงกรณีนายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือน้องเมย นักเรียนเตรียมทหารที่เสียชีวิต ว่าทางญาติมีสิทธิ์ไม่เชื่อผลการชันสูตรได้ มีรายละเอียดดังนี้

ใครทำให้ตาย?
“น้องเมย” เป็นนักเรียนเตรียมทหาร ถือว่าเป็นข้าราชการและเป็นเจ้าพนักงานของรัฐตามกฎหมายและตายในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เพราะนับจากวันที่เซ็นชื่อมอบตัว ถือว่าเป็นคนของหลวงหรือเจ้าพนักงานของรัฐได้รับเงินเดือนของราชการตามที่กฎหมายกำหนดเดือนละ 2,000 บาทพร้อมด้วยสิทธิและสวัสดิการตามกฎหมายและโรงเรียนเตรียมทหารกำหนด

เป็นการ “ตายผิดธรรมชาติ” เพราะไม่ปรากฏสาเหตุการตาย กฎหมายกำหนดให้มีการชันสูตรพลิกศพโดยต้องมีเจ้าหน้าที่ 4 ฝ่ายร่วมชันสูตร คือ พนักงานสอบสวน แพทย์นิติเวช พนักงานปกครอง และอัยการ โดยพนักงานสอบสวนต้องแจ้งให้ญาติอย่างน้อย 1 คนทราบ

เรื่องนี้แพทย์ให้ความเห็นสาเหตุการตายที่แพทย์ชันสูตรไว้คือ “หัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน” ซึ่งญาติมีสิทธิ์ไม่เชื่อ และคัดค้านได้ หากไม่เห็นด้วย จึงมีขั้นตอนกลั่นกรองตามกฎหมายเพื่อให้ครอบครัวมั่นใจว่าจะไม่มีการเข้าข้างกันในการชันสูตร โดยพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการต้องส่งให้ “ศาล” ทำการ “ไต่สวนการตาย” คือ ให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาดถึงสาเหตุการตายว่าเพราะเหตุใด ซึ่งกรณีศาลมีความเห็นแตกต่างจากสำนวนชันสูตรศพ คือ กรณีนายธวัชชัยฯ เจ้าพนักงานที่ดินพังงาที่ตายในห้องควบคุมขังของ DSI และแพทย์ชันสูตรลงความเห็นว่าเป็นการ “ฆ่าตัวตาย” แต่ญาติไม่เชื่อ เมื่อส่งให้ศาลไต่สวนการตาย คำสั่งศาลเห็นว่าไม่ใช่เป็นการฆ่าตัวตายแต่เป็นการ “ถูกคนอื่นทำให้ตาย”

สถาบันพยาธิวิทยาระบุว่าน้องเมย “หัวใจวายเฉียบพลัน” ครอบครัวต้องการให้มี “ความเห็นที่สอง” ได้ส่งให้ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ทำการชันสูตรอีกครั้ง

ผลออกมาอย่างไร ครอบครัวยังติดใจ สามารถยื่น “คัดค้าน” ให้ศาลไต่สวนการตายได้เช่นกัน

ถ้าศาลไต่สวนออกมาว่า “ผู้อื่นทำให้ตาย” เรื่องมันคงจะยุ่ง เพราะ “ผู้อื่น” จะเป็นใครที่ไหนที่หาญกล้าที่จะเข้าไปทำร้ายน้องเมยในโรงเรียนเตรียมทหาร? จึงอาจเป็นกรณีตัวอย่างเพื่อจะมีบรรทัดฐานใหม่ในการ “ซ่อม”

ภาพจาก เฟซบุ๊ก ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์




แสดงความคิดเห็น