ชีวิต“น้องปู” ดี๊…ดีที่ “ลันดั้น” “ลุงตู่-ลุงป้อม”รู้มั้ย “ดูไบ”แค่ทางผ่าน

กันยายน 30, 2017 3:58 am โดย admin
0
33

ชีวิต“น้องปู” ดี๊…ดีที่ “ลันดั้น” “ลุงตู่-ลุงป้อม”รู้มั้ย “ดูไบ”แค่ทางผ่าน

 

 

ไปแล้ว ไปลับ คงไม่ได้กลับมา..


ผู้จัดการสุดสัปดาห์ – หลังจากที่ “หนูปู” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้รับการอัปเกรดจาก “จำเลยหนีคดี” ขึ้นเป็น “น.ญ.นักโทษหญิงหนีคดี” เต็มตัว ตามคำพิพากษาของศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีมติ 8 ต่อ 1 เสียง พิพากษา “จำคุก 5 ปี ไม่รอลงอาญา” กับ “น.ญ.ยิ่งลักษณ์” ในคดีปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว

โดยเป็นการอ่านคำพิพากษาลับหลัง จากการที่ “จำเลย” ไม่มาแสดงตัวต่อศาล โดยมีข่าวยืนยันแน่ชัดแล้วว่า “อดีตนายกฯ ปู” หลบลี้หนีคดีไปตั้งแต่เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 23 สิงหาคม 2560 ก่อนถึงวันที่ศาลฯนัดอ่านคำพิพากษาหนแรกเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2560 โดยความช่วยเหลือของ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 ที่เป็นพลขับรถแคมรี่ พา “นายปู” ไปส่งที่บริเวณใกล้กับสถานีรถไฟอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ก่อนที่จะมี “ใครก็ไม่รู้” มาเป็นผู้ผ่านข้ามแดนไป

แต่ “บิ๊กๆ ในรัฐบาล” ก็ยืนยันตรงกันอีกว่า กว่าจะที่ “ยิ่งลักษณ์” จะพ้นขอบขัณฑสีมาชายแดนราชอาณาจักรไทยไปได้ ก็ต้องผ่าน “ด่านทหาร” หลายด่าน โดยเฉพาะ “ด่านกองกำลังบูรพา” ที่ดูแลพื้นที่บริเวณนั้น แถมไม่ได้ใช้วิทยายุทธ์ล่องหนแต่ประการใด เพียงแค่พลางตัวโดยการใส่ “หมวกแก๊ป- หน้ากากอนามัย” ก็ผ่านด่านทหารเจ้าถิ่นอย่าง “เสือตะวันออก-บูรพาพยัคฆ์” ไปได้แบบฉลุย ราวกับมีการปูพรมแดงให้เดินข้ามชายแดนไปอย่างไรอย่างนั้น

จนมีคำค่อนขอดว่า “บิ๊ก คสช.” ซึ่งเติบใหญ่ และเป็นผู้ทรงอิทธิพลเหนือ “กองกำลังบูรพา” หลับตาข้างนึงปล่อยให้ “หนูปู” หนีไปได้นั่นเอง

ย้อนกลับไป ภายหลังจากที่ “สาวปู” หายไปร่วมเดือน พร้อมทั้ง “ดำดิน” ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ฝ่าย “รัฐบาล คสช.” ทั้ง “นายกฯ ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่ากระทรวงกลาโหม ในฐานะ “พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์” ก็ต้องวนเวียนอยู่กับการตอบคำถามว่า “หนูปู แวร์ อาร์ ยู” หลายครา

ทุกครั้งทั้งคู่ รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง กระทรวงการต่างประเทศ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) หรือกระทั่ง สำนักตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ต่างปฏิเสธที่จะระบุพิกัดว่า “อดีตนายกฯ ปู” ซุกหัวอยู่ที่ใดในโลก

มีที่ใกล้เคียงหน่อยก็จากปากคำของ “รองฯ ป้อม” ที่แย้มๆ ข้อมูลออกมาหลังกลับจากราชการที่สหราชอาณาจักร หรือประเทศอังกฤษ ระหว่างวันที่ 13-15 กันยายนที่ผ่านมา โดยระบุว่า “ขณะนี้มีประเทศเมียนมา กัมพูชา และสิงคโปร์ ที่ยืนยันว่า คุณยิ่งลักษณ์ไม่ได้เดินทางเข้าประเทศดังกล่าว”

ทั้งที่หากยืนยันว่า “ยิ่งลักษณ์” หนีออกจากประเทศไทยไปทาง “จ.สระแก้ว” จริง แผ่นดินของประเทศที่ 2 จะไปเหยียบก็หนีไม่พ้น “กัมพูชา” ที่มีชายแดนติดกับประเทศไทยด้านบูรพาทิศ ว่ากันว่าประเทศกัมพูชา เป็นแค่ “จุดผ่านทาง” เพื่อเดินทางต่อไปยัง “สิงคโปร์” อันเป็นประเทศที่ 3 ก่อนจะไปถึงจุดหมายปลายทางที่ มหานครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซุกอ้อมอกของ “พี่ษิณ” ทักษิณ ชินวัตร ที่มีแหล่งพำนักอย่างเป็นทางการอยู่ที่นั้น


นักโทษหญิงหนีคดี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร



แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวคนเล็กของทักษิณ โพสต์ร่วมเฟรมกับผู้เป็นบิดารูปหนึ่ง และมี การนำไปตัดต่อให้เห็นภาพสะท้อนในแว่นตาสุดหรูของ “สาวอิ๊ง” ว่า “อาปู” เป็นผู้ถ่ายภาพให้ จนมีคนฮุบเหยื่อไปเผยแพร่ต่อ


อย่างไรก็ตาม “ดูไบ” ก็เป็นเพียง “จุดผ่านทาง-เมืองเปลี่ยนเครื่อง” เท่านั้น เพราะมีรายงานยืนยันหลายสายว่า “ยิ่งลักษณ์” ได้ผละจาก “ชีวิตไร้แสงสีกลางทะเลทราย” ที่มหานครดูไบ ไปปักหลักอยู่ที่ มหานครลอนดอน สหราชอาณาจักร มาไม่ต่ำกว่า 2-3 สัปดาห์แล้ว

ทว่า ล่าสุด “นายกฯ พี่ตู่” กลับเปิดเผยข้อมูลไปอีกทางว่า “เท่าที่ได้รับรายงานจากกระทรวงการต่างประเทศ อย่างไม่เป็นทางการ ตอนนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อยู่ที่ รัฐดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์”

สำทับกับ “พี่ป้อม” ที่ก่อหน้านี้ว๊ากใส่สื่อว่า ไม่รู้ และอย่ามาถามคำถามนี้กับตนอีก ก็มายอมรับว่า “ไปอยู่ดูไบก็ดีแล้ว” พร้อมยอมรับด้วยว่า “ไทย” ไม่ได้มี “สนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน” กับ “สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์”

เป็นการเฉลยในตัวว่า เหตุใด “2 บิ๊ก คสช.” ต่างออกมายืนยันว่า “ยิ่งลักษณ์” ยังอยู่ที่ “มหานครดูไบ” มิใช่ “มหานครลอนดอน” อย่างที่ลือกัน

ก็ด้วย “เงื่อนไข” ที่ว่า “ไทย-สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์” ไม่ได้มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกัน แต่ “ไทย-สหราชอาณาจักร” นั้นมีข้อผูกพันเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดนมานานแล้ว

ซึ่งนั่นก็เป็นเหตุให้ “ทักษิณ” เลือกที่จะแสดงตัวว่า มีที่พำนักอยู่ในคฤหาสน์หรูในดูไบ หากแต่ความเป็นจริงแล้วสวมวิญญาณ “สัมภเวสี” ชีพจรลงเท้าบินไปใช้ชีวิตในหัวเมืองใหญ่ระดับโลกที่อื่นมากกว่า โดยเฉพาะมีข้อมูลปรากฎว่า “อดีตนายกฯ ทักษิณ” ใช้ชีวิตอยู่ที่ “กรุงลอนดอน” มากกว่าที่อื่น และเป็น “สถานที่หลัก” ในการนัดพบปะกับ “ลูกๆ หลานๆ” ที่แวะเวียนมาเยี่ยมปีละหลายหน

งานนี้ คงต้องบอกว่า “นายกฯ น้องตู่” ช่างรู้ใจ “รองนายกฯ พี่ป้อม” เสียเหลือเกิน

เช่นเดียวกับ “ข้อมูลวงใน” ที่ระบุว่า “ อดีตนายกฯ ปู” ก็ไปใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงลอนดอนมาซักพักใหญ่แล้ว แต่ข้อมูลของ คสช.ผ่านจากปาก “ลุงตู่ – ลุงป้อม” ก็ยัง “ดีเลย์” ไปกว่า 2 สัปดาห์ ทั้งที่ก็คงไม่พลาดที่จะรับรู้ “ข้อมูลวงใน” ว่า น้องปูไปลัลลาที่เมืองผู้ดี อยู่ในตอนนี้

เหตุที่ “ลูงตู่-ลุงป้อม” เลือกที่จะตีหน้าซื่อ นัดแนะกันยันว่า “น้องปู” อยู่ที่ดูไบ ก็เพื่อลด “แรงเสียดทาน-กระแสกดดัน” ในการ “ขอตัวผู้ร้ายข้ามแดน” หลังจากที่ศาลอนุมัติหมายจับ และพิพากษาให้มีโทษจำคุก รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจทางปกครองในการตามตัวมาลงโทษนั่นเอง

คำกล่าวอ้างของ “บิ๊กรัฐบาล” ที่แจ้งว่าเป็นข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศ “อย่างไม่เป็นทางการ” นั้นขัดแย้งกับข้อมูลของ “หน่วยงานความมั่นคง” ว่า “ยิ่งลักษณ์” ใช้ “พาสปอร์ตสีแดง” หรือหนังสือเดินทางสำหรับนักการทูต-ข้าราชการการเมือง ที่ตัวเองถืออยู่ ในการแสดงตนเพื่อเดินในต่างประเทศ รวมทั้งล่าสุดที่ใช้เดินทางเข้าประเทศอังกฤษไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

การให้ข่าวต่อสาธารณะ โดยอ้าง “ข้อมูลไม่เป็นทางการ” ของกระทรวงการต่างประเทศ นั้นก็ไม่ต่างจากการ “ปล่อยข่าว” เสียเอง เพราะหาก “บิ๊กรัฐบาล” จะไล่ล่าจริงจังแล้วละก็ แค่ให้กระทรวงการต่างประเทศสืบค้นได้ “อย่างเป็นทางการ” ว่า “พาสปอร์ตสีแดง” ที่มีชื่อ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ไปปรากฏครั้งล่าสุดที่ ตม.สนามบินไหนใด

เช่นเดียวกับการที่ “คีย์แมน” ของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็น “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางไปร่วมการประชุมคณะผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ครั้งที่ 6 ณ กรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา และได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมคำนับสมเด็จฮุน เซน เมื่อวันที่ 23-25 สิงหาคม หรือการประชุมคณะรัฐมนตรีร่วมไทย-กัมพูชา ที่ “บิ๊กตู่” ยกคณะไปที่กรุงพนมเปญ เองเมื่อวันที่ 7กันยายนกระทั่งการเยือนสหราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการของ “พี่ป้อม” เมื่อวันที่ 13-15 กันยายนที่ผ่านมา

ทั้ง 2 ประเทศถือเป็น “เมืองต้องสงสัย” ที่ “ยิ่งลักษณ์” จะผ่านทางหรือกบดานอยู่ แต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่ “คีย์แมน คสช.” จะไถ่ถามถึงวี่แววของ “จำเลยปู”


สาวอิ๊งโพสต์รัวๆ และเช็กอินถี่ยิบที่ย่าน Knights Bridge ซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกับ “แฮร์รอดส์”



ถนน Brompton Rd. เยื้องกับสวนสาธารณะไฮด์พาร์คกลางกรุงลอนดอน ซึ่งเป็นอาคารแมนชั่นหรู ที่มีเจ้าของนามกระเดื่องอย่าง โมฮัมหมัด อัล ฟาเยด เจ้าของห้างแฮร์รอดส์ ที่ว่ากันว่าซี้ปึ้กกับ “นายใหญ่แม้ว” พิกัดชัดๆ ที่มีการยืนยันว่า เป็นสถานที่พำนักของอดีตนายกฯ คนงาม


อันเป็นที่มาของ “ข้อสงสัย” ที่ว่า “บุคคลระดับบน” ของ คสช.และ “ระบอบทักษิณ” มีการซูเอี่ย-เกี้ยเซียะกันเรียบร้อยโรงเรียนปรองดอง แถมยังมีการพบปะ ณ สถานที่แห่งหนึ่งใจกลางมหานครลอนดอน ในช่วงที่ “บิ๊กป้อม” ปฏิบัติภารกิจอยู่ที่เมืองผู้ดี ประเทศอังกฤษ

โดยเฉพาะฝ่าย “นายใหญ่แม้ว” ที่ตั้งใจประกาศว่า ตัวเองก็อยู่ในกรุงลอนดอน ช่วงเวลาเดียวกับที่ “ท่านประวิตร” ด้วยการโพสต์ภาพปักหมุดอยู่ที่กลางมหานครลอนดอน ประเทศอังกฤษ ผ่านไอจีลูกสาว จนคล้ายเป็นการประกาศ “ดีลชินสุวรรณ” อย่างเป็นทางการนั่นเอง

ด้วย “ดีล” ดังกล่าว ทำให้มีรายการ “ปล่อยผีปู” เพราะหากจะบล๊อกไม่ให้ “น้องสาว” ระเหเร่ร่อนเป็นสัมภเวสีแบบ “พี่ชาย” คนเป็นรัฐบาลก็มีช่องทางในการถอน “พาสปอร์ตสีแดง” หรือสีไหนๆ ที่มีชื่อ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ได้ตั้งแต่เมื่อครั้งหนีศาลไปเมื่อเดือนก่อนแล้ว

เมื่อไม่ดำเนินการตามกระบวนการที่สามารถทำได้ในฐานะ “ผู้ปกครองบ้านเมือง” ก็คงห้ามข้อวิจารณ์ที่ว่า มี “คนระดับบิ๊ก” อำนวยความสะดวกให้ “อดีตนายกฯปู” หลบหนี แถมเปิดทางให้แลนด์ดิ้งลงในพิกัดที่ต้องการตามใจชอบอีกด้วย


พร้อมหน้าพร้อมตาพ่อลูกที่ลอนดอน


และหลังจากที่ “รองฯป้อม” เดินทางกลับมายังมาตุภูมิ “ทักษิณ” พร้อมลูกๆ หลานๆ ก็ยังใช้ชีวิตสุขสันต์กันอยู่ที่เมืองผู้ดีต่อ มีการโพสต์ภาพแบบรัวๆผ่านไอจีลูกสาว

แต่มิยักจะพูดถึงความเป็นไปของ “น้องปู” แต่ประการใด

ด้วยความที่ถูกจับจ้องเป็นพิเศษ ก็เกิดดรามาเล็กๆ ขึ้น เมื่อ “น้องอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวคนเล็กของทักษิณ โพสต์ร่วมเฟรมกับผู้เป็นบิดารูปหนึ่ง และมีการนำไปตัดต่อให้เห็นภาพสะท้อนในแว่นตาสุดหรูของ “สาวอิ๊ง” ว่า “อาปู” เป็นผู้ถ่ายภาพให้ จนมีคนฮุบเหยื่อไปเผยแพร่ต่อ

ก่อนจะเงิบตามๆ กัน เมื่อ “สาวอิ๊ง” โพสต์รูปจริงแท้ ไร้เอฟเฟ็กต์ ให้เห็นว่า ไม่มีเงาใครอยู่ในแว่นตาที่ว่า

แม้จะไม่มีการยืนยันตำแหน่งที่อยู่ของ “สาวปู” อย่างเป็นทางการจากทั้งหน่วยงานรัฐ หรือคนในครอบครัวชินวัตร แต่อย่างที่บอกไปแล้วว่า ข้อมูลหลายแหล่งชี้ตรงกันว่า “จำเลยปู” ไม่ได้ตกระกำลำบากอย่างที่เข้าใจ หลังจากข้ามแดนไปกัมพูชา ต่อไปที่ประเทศสิงคโปร์ และไปซุกอ้อมอก “พี่ษิณ” ที่มหานครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แล้ว ก็พากันข้ามน้ำข้ามทะเล ไปใช้ชีวิตสุขสบายตามประสา “คนมีกะตังค์” อยู่ที่ “แดนผู้ดี” ประเทศอังกฤษ

โดยมีการระบุพิกัดว่า “สาวปู” พักอยู่ในแมนชั่นหรูแห่งหนึ่ง ในย่าน Knights Bridge ว่ากันว่าอารมณ์ประมาณ “ย่านราชประสงค์” ของเมืองไทย แวดล้อมไปด้วยร้านรวง สุดหรู ไม่ใกล้ไม่ไกลกับ “แฮร์รอดส์” ห้างสรรพสินค้าชื่อดังที่ “พี่ษิณ” ชอบไปเดินชอปปิ้งนั่นแหละ

และเป็น “จุดเช็กอินยอดฮิต” ส่วนตัวของ “สาวอิ๊ง” ในเวลาที่แวะไปเยี่ยม “พ่อษิณ” ที่ประเทศอังกฤษด้วย

ถ้าจะเอาพิกัดเป๊ะๆ ก็อยู่บน ถนน “Brompton Rd.” เยื้องกับสวนสาธารณะไฮด์พาร์คกลางกรุงลอนดอน ซึ่งเป็นอาคารแมนชั่นหรู ที่มีเจ้าของนามกระเดื่องอย่าง โมฮัมหมัด อัล ฟาเยด เจ้าของห้างแฮร์รอดส์ ที่ว่ากันว่าซี้ปึ้กกับ “นายใหญ่แม้ว” นั่นเอง

เหตุที่ “สาวปู” เลือกมาปักหลักที่กรุงลอนดอน ที่อาจจะมีความเสี่ยงในเรื่องการขอตัวผู้ร้ายข้ามแดนนั้น ก็มีเหตุผลหลายประการ

ประการแรก ด้วยหมายจับในประเทศของเจ้าตัวยังไม่ถูกส่งเข้าในระบบของอินเตอร์โพล หรือตำรวจสากล อีกทั้งยังมั่นใจได้ว่า “ดีลแน่น” พอที่จะยื้อเรื่องหมายจับไปได้อีกพักใหญ่ๆ การอยู่ในประเทศอังกฤษช่วงนี้จึงแทบไม่มีความเสี่ยง

ประการต่อมา ก็ด้วยรสนิยมส่วนตัวที่ชมชอบในความ “หรูหรา Luxury” ที่ “เมืองดูไบ” ไม่สามารถตอบโจทย์ได้ เพราะแม้จะมีร้านรวงในระดับเดียวกับที่กรุงลอนดอน แต่บรรยากาศต่างกันแบบฟ้ากับเหว ด้วยข้อจำกัดทางวัฒนธรรมที่ทำให้นครดูไบไม่เอื้อต่อแสงสีหรือสถานบันเทิงเท่าที่เมืองหลวงของประเทศอังกฤษ

อีกทั้งช่วงนี้ “ลูกหลานตระกูลชินวัตร” กำลังเอนจอยกันอย่างมีความสุขที่กรุงลอนดอน หากจะปล่อย “อาปู” ที่ยังไม่คุ้นกับการเตรียมใจใช้ชีวิตในต่างแดนตลอดชีวิต ไม่เหมาะที่จะให้อยู่คนเดียวที่นครดูไบ ซึ่งอาจจะฟุ้งซ่านได้ จึงกระเตงกันมาที่ประเทศอังกฤษดีกว่า

หรือหาก “สาวปู” คิดถึงบ้านเกิดเมืองนอนขึ้นมา ก็ยังเดินเท้าออกจากที่พักไปทานอาหารไทยในร้าน Thai Square ที่มีหลายสาขาและอยู่ไม่ห่างจากที่พักมากนัก เช่นเดียวกับ Patara Fine Thai Restaurant ที่ได้รับการโหวตให้เป็น “Best Thai restaurant in London” หรือจะควง “พี่ษิณ” ไปโซ้ยเป็ดย่างที่ร้านFour Seasonsย่านไชนาทาวน์ ก็ไม่ยาก แถมยังอาจแว่บไปตรวจราชการที่สถานทูตประเทศไทยประจำกรุงลอนดอน ที่อยู่ถัดไปแค่คืบ อีกทั้งละแวกนั้นยังมีสถานศึกษาให้เลือกติดต่อไว้เผื่อ “ลูกไปป์” จะตามไปอยู่ด้วยในเร็วๆนี้

หรือถ้าเอียนกับความพลุกพล่านใจกลางเมือง ก็ยังมีทางเลือกไปพักใจที่คฤหาสน์ของ “พี่ษิณ” ในโครงการ “เซนต์ จอร์จ ฮิลล์” ทางตอนใต้ของกรุงลอนดอนได้อีกด้วย

ดังนั้นชีวิตดี๊..ดี สไตล์ “สาวปู” ต้องที่ “ลันดั้น” มากกว่า “ดูไบ”


ห้างแฮร์รอดส์ที่คนตระกูลชินนิยมแวะเวียนไปชอปปิ้ง


เหตุผลอีกประการ ก็คือการเตรียมตัว “ขอลี้ภัยทางการเมือง” โดยมีสหราชอาณาจักรเป็นหมุดหมายในการยื่นเรื่อง ประกอบกับข่าวก่อนหน้านี้ ที่ว่า “ยิ่งลักษณ์” ได้ติดต่อขอลี้ภัยทางการเมืองกับทางการอังกฤษไว้ล่วงหน้าแล้ว รอเพื่อผลคำตัดสินคดีออกมาอย่างเป็นทางการเท่านั้น

และยังเป็นที่น่าสังเกตว่า ขณะนี้ “สื่อนอก” หลายแห่งได้พร้อมใจกันรายงานข่าวหรือทำสกู๊ปชะตากรรมของ “อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์” ออกมาในเชิงว่า เป็นผลพวงมาจากการถูกรัฐประหาร และถูกเล่นงานทางคดีจาก “คณะเผด็จการทหาร” ทั้งนี้ก็เพื่อเพิ่มน้ำหนักให้แก่คำร้องขอลี้ภัยทางเมืองนั่นเอง ที่ “กูรูวงการทูต” วิเคราะห์ว่า “สาวปู” น่าจะได้ลี้ภัยอย่างไม่มีปัญหา

ซึ่งแน่นอนว่าเบื้องหลังเป็นใครไม่ได้นอกจาก “พี่ษิณ” ผู้ถนัดนักในการใช้ “ล็อบบี้ยีสต์” สร้างกระแส “โลกล้อมประเทศ” มาอย่างยาวนาน

ที่ว่าไปทั้งหมด เป็นรอยร่อง และเหตุผล ที่สามารถฟันธงได้ว่า “ยิ่งลักษณ์” กำลังใช้ชีวิตดี๊..ดี อยู่ที่ “มหานครลันดั้น ประเทศอังกฤษ” มากกว่าเก็บตัวกบดานอยู่ที่ “มหานครดูไบ” อย่างที่ “ผู้มีอำนาจ” พยายามทำให้ “คนไทย” เข้าใจไปอย่างนั้น.




แสดงความคิดเห็น