จุดสุดยอดสร้างได้ รวมหนังเสียวได้ด้วย(เครื่อง)มือเรา

ธันวาคม 11, 2018 6:22 am โดย admin
0
16
Fifty Shades of Grey Flower and Snake Hysteria Motel Mist sex toy Story of O จันดารา เซ็กซ์ทอย

จุดสุดยอดสร้างได้ รวมหนังเสียวได้ด้วย(เครื่อง)มือเรา

ว่าไปแล้ว ‘เซ็กซ์ทอย’ นั้นดูจะเป็นสิ่งที่สังคมไทยมีท่าทีไม่พึงปรารถนาใส่อยู่แทบตลอดเวลา ทั้งที่จริงๆ แล้วมันออกจะเป็นของส่วนตัวที่ใช้สนองใคร่ (อะแฮ่มๆ) ให้ผู้ใช้ไปถึงฝั่งสวรรค์อย่างงดงามโดยไม่จำเป็นต้องเรียกร้องจากคู่นอน หรือไม่ก็ใช้มันเป็นเครื่องมือเสริมสร้างความแปลกใหม่ให้ตัวเองกับคนรัก

อย่างไรก็ตาม เซ็กซ์ทอยนั้นดำรงอยู่ในโลกภาพยนตร์มาแล้วหลายต่อหลายเรื่อง บ้างก็เรียบง่าย บ้างก็พิศดาร บ้างก็กลายเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญของการเล่าเรื่อง (ขนาดนั้นเลย!) เราจึงอยากชวนคุณๆ ชาว BIOSCOPE มาร่วมเสาะแสวงหาเหล่าเซ็กซ์ทอยชวนจั๊กจี้หัวใจในหนังกันจ้า

จันดารา (2001, นนทรีย์ นิมิบุตร) + จันดารา ปฐมบท (2012, หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล)

“จัน เอาน้ำแข็งมาถูหลังฉันซิ” กลายเป็นประโยคที่ฝังใจนักดูหนังชาวไทย และเผลอๆ อาจจะเป็นประโยคอมตะไปแล้วก็เป็นได้ หนังเล่าถึง จัน เด็กชายที่โตมาภายใต้การปกครองของ คุณหลวงวิสนันท์เดชา พ่อผู้แสนจะเกลียดเขาและเล่นบทระเริงรักไปกับสาวน้อยสาวใหญ่ในครัวเรือนไม่เว้นวัน จนในขวบปีที่ 15 ของจัน คุณหลวงฯ รับเอา คุณบุญเลื่อง สาวใหญ่เข้ามาอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน ความเร่าร้อนของหญิงสาวบวกรวมกับความกลัดมันและความใครรู้ของเด็กหนุ่มถูกถ่ายทอดผ่านฉากที่คุณบุญเลื่องปลดผ้าผืนบางที่คลุมร่างหล่อนออก นอนคว่ำหน้าลงกับโต๊ะและใช้ให้จันเด็กหนุ่มผู้เป็นลูกติดของสามีเธอหยิบเอาน้ำแข็งก้อนน้อยมาบรรจงถูแผ่นหลังให้หล่อน ท่ามกลางบรรยากาศร้อนอบอ้าวที่ราวกับตั้งใจจะสุมเพลิงตัณหาของทั้งคู่

Motel Mist (2016, ปราบดา หยุ่น)

ในหนังธริลเลอร์ชวนเหวอสีสันจัดจ้านของปราบดาเรื่องนี้เต็มไปด้วยความเซอร์แตกของเหล่าตัวละคร ทั้งเสี่ยหื่นที่ให้เด็กสาวช่วยตัวเองทั้งที่ใส่ชุดนักเรียนอยู่บนรถ ทั้งยังพาเธอไปโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่งต่อ, พนักงานโรงแรมที่แอบดูกิจกรรมซ่านเสียวของเหล่าลูกค้า และอดีตดาราเด็กที่จองห้องไว้เพื่อติดต่อกับมนุษย์ต่างดาว

นอกจากฉากเด็กสาวอาบน้ำและใส่ชุดเซ็กซี่ยั่วยวนแล้ว หนังยังเผยให้เราเห็นบางฉากบางตอนจากหนังโป๊ที่ตัวละครดูเพื่อโหมอารมณ์ตัวเองก่อนปฏิบัติงานจริงอีกด้วย ล้ำไปกว่านั้นคือเหล่าตัวละครสาวน้อยพากันเอาดิลโด้อันเป็นของประจำโรงแรมมาไล่ฟาดกันเป็นที่สนุกสนาน จนกลายเป็นหนึ่งในฉากจำของหนังไปในที่สุด

Hysteria (2011, ทันยา เว็กซ์เลอร์)

แม้ชื่อจะชวนเสียวแค่ไหน แต่จริงๆ แล้วมันเป็นหนังโรแมนติกคอมิดี้่น่ารักน่าชังร่วมห้าสัญชาติ (สหราชอาณาจักร – ฝรั่งเศส – เยอรมนี – สวิตเซอร์แลนด์ – ลักเซมเบิร์ก) ที่สร้างขึ้นมาจากเรื่องจริงของการประดิษฐ์เครื่องสั่นหรือไวเบรเตอร์ไฟฟ้าขึ้นมาเป็นครั้งแรกของโลกในอังกฤษปี 1880 โดยเล่าถึงเหล่าหญิงสาวในยุควิกตอเรียนที่กดดันและซึมเศร้าจากความเจ้าระเบียบทั้งจากรัฐและศาสนา จนความต้องการทางเพศของพวกหล่อนกลายเป็นความอัดอั้นตันใจไม่รู้จะไปบอกใครที่ไหน จนเกิดการคิดค้นวิธีนวดเฉพาะส่วนเพื่อสร้างความผ่อนคลายให้สตรีเพศขึ้นมา สิ่งนั้นคือไวเบรเตอร์และกลายเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ได้รับการจดสิทธิบัตรในเวลาต่อมาอีกด้วย!

อย่างไรก็ตาม เจ้าเครื่องสั่นสร้างเสียวนี้ยังไปปรากฏในหนังอีกหลายๆ เรื่อง ที่เป็นที่จดจำอย่างมากคือ The Ugly Truth (2009, โรเบิร์ต ลูเคติค) หนังโรแมนติกคอมิดี้ที่ดันมีฉากแสนจะวายป่วง (แต่ก็ยังฮาอยู่ดี) เมื่อ ริชเตอร์ (แคเธอรีน เฮเกล) ตัดสินใจใส่กางเกงในที่ติดไวเบรเตอร์ (เครื่องสั่น) ออกไปดินเนอร์กับ แชดเวย์ (เจอร์ราด บัตเลอร์) เพื่อนชายขี้หงุดหงิดกับเหล่าเพื่อนร่วมงานหัวโบราณที่ภัตตาคารหรู แต่อนิจจา เธอทำเครื่องควบคุมความสั่นหล่นกลางพื้น แถมดันไปตกอยู่ในมือของเด็กขี้สงสัยที่เปิดเครื่องจนสุด (… โอ้) ริชเตอร์จึงต้องพยายามทำทุกทางไม่ให้ใครจับได้ว่าเธอกำลังจะถึงฝั่งสวรรค์ต่อหน้าประชาชี!

 

Flower and Snake (2004, ทาคาชิ อิชิอิ)

หนังพิงค์ฟิล์ม (pink film – หนังเซ็กซี่ฮาร์ดคอร์) สัญชาติญี่ปุ่นที่รีเมคเวอร์ชั่น 1974 มาอีกที เล่าเรื่องของ ชิซูโกะ (นาโอมิ ทานิ) กับสามี เซ็นโซ (นางาโตชิ ซากาโมโตะ) ผู้มีความปรารถนาต่อเรือนร่างของเธออย่างหนักหน่วง แต่เรื่องน่าประหลาดคือไม่ว่าอย่างไร ชิซูโกะก็ไม่อาจตอบสนองความต้องการของเขาได้ นำมาซึ่งการทะเลาะเบาะแว้งครั้งใหญ่จนเซ็นโซไปว่าจ้าง มาโกโตะ (ยาสุฮิโกะ อิชิซุ) ลูกน้องหนุ่มให้ไปลักพาตัวเมียตัวเองแล้ว ‘กำราบ’ หล่อนให้เชื่อฟังและยอมเขาให้ได้ หากแต่การลักพาตัวครั้งนี้เลยเถิดไปมาก เมื่อทั้งมาโกโตะและชิซูโกะต่างค้นพบความต้องการของกันและกันว่า เซ็กซ์ที่พวกเขาต้องการนั้นไม่ใช่เซ็กซ์แบบที่เซ็นโซหรือใครๆ จะตอบสนองได้ แต่มันคือเซ็กซ์แบบ BDSM หรือกิจกรรมทางเพศอย่างรุนแรง มาโกโตะจึงเริ่มพันธนาการหล่อนด้วยเชือกและทรมานชิซูโกะทีละเล็กทีละน้อย เพื่อถึงฝั่งฝันทั้งคู่

 

Fifty Shades of Grey (2015, แซม เทย์เลอร์-จอห์นสัน)

พูดถึง BDSM แล้วจะขาดหนังอีโรติกฟอร์มยักษ์เรื่องนี้ไปได้อย่างไร แม้ว่าด้านหนึ่งหนังจะโดนสาปส่งไม่มีชิ้นดีว่า นำเสนอการใช้อุปกรณ์สร้างกระสันได้หน่อมแน้มและน่ารัก ไม่เห็นจะเหมือนที่โวไว้ แต่ถึงอย่างไรมันก็เป็นหนังที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งด้านรายได้ ทั้งยังมีภาคต่องอกตามมาอีกสองภาคในปี 2017 และ 2018 และอาจจะเป็นหนังสตูดิโอฮอลลีวูดเพียงไม่กี่เรื่องที่เปิดโอกาสให้เราได้เห็นเรือนร่างของนักแสดงชายหญิงในเรื่องกันเต็มตา

หนังสร้างจากหนังสือซีรีส์ชุด Fifty Shades ของ อี แอล เจมส์ ว่าด้วยเรื่องของ อนาสตาเซีย (ดาโกตา จอห์นสัน) สาวน้อยใสกิ๊งกับนักธุรกิจหนุ่มหล่อผู้ซ่อนเร้นปมลับเรื่องรสนิยมทางเพศของตัวเองอย่างเหนียวแน่นมาโดยตลอดอย่าง คริสเตียน เกรย์ (เจมี โดแมน) กระทั่งเมื่อเขาอนุญาตให้อนาสตาเซียล่วงรู้ความลับของเขาเข้า ฉากรักของทั้งคู่จึงเต็มไปด้วยโซ่ แส้ กุญแจมือที่ยิ่งโหมเพลงรักของพวกเขาให้ดุเดือดยิ่งขึ้นไปอีก (อย่างไรก็ดี หากอยากดูอะไรเซ็กซี่แบบบ๊องๆ และเปี่ยมอารมณ์ขัน ก็มีหนังล้อเลียนที่ออกตามมาในปี 2016 อย่าง Fifty Shades of Black ให้ดูกันเพลินๆ)

Story of O (1975, ยูสต์ แฌคิน)

หนังร่วมทุนสร้างจากฝรั่งเศส-เยอรมนีตะวันตก-แคนาดา ดัดแปลงมาจากวรรณกรรมชื่อเดียวกันของ โปลีน อาร์เคจ (แปลไทยในชื่อ ‘เรื่องรักของโอ’ โดย คำเรียง ร้อยมาลี) และเป็นหนังที่ได้รับการยกย่อง (?) ว่าเป็นหนังโคตรฉาวที่ได้ลงโรงฉายในยุคนั้น

Story of O ว่าด้วย โอ (โกรีน คลีรีย์) สาวน้อยผู้ประกอบอาชีพเป็นช่างภาพแฟชั่น วันดีคืนดีถูกแฟนหนุ่มรูปหล่ออย่าง เรอเน (อูโด เคียร์) ลักพาตัวไปอยู่ในคฤหาสร้างห่างไกลผู้คน หากเป็นหนังเรื่องอื่น สองหนุ่มสาวอาจจะประกอบกิจกรรมรักอย่างเป็นส่วนตัวละใช้ชีวิตกันอย่างเงียบๆ หากแต่ในเรื่องนี้ นี่คือจุดตั้งต้นท้าทายศีลธรรมของคนดูอย่างรุนแรง เมื่อเรเนทดสอบว่าโอจะเป็นคนรักที่คู่ควรแก่เขาหรือไม่ โดยการให้เหล่าทาสทั้งชายหญิงปราสาทหลังนั้นร่วมรักกับเธออย่างดุเดือด พร้อมโหมประโคมสารพัดเครื่องมือสร้างเสียวมาสร้างความสุขสมให้เธอ จนในที่สุด โอก็ได้ลิ้มรสและติดใจกับความแสบร้อนของการร่วมรัก และเปลี่ยนตัวเองจากหญิงสาวธรรมดาคนก่อนเข้ามาในที่แห่งนี้ ไปสู่ใครอีกคนหนึ่งที่แม้แต่เธอก็ไม่อาจจินตนาการถึง

หากแต่ในความวาบหวิวสุดขีดของเนื้อเรื่องและภาพ หนังได้ตั้งคำถามถึงการยอมเป็นวัตถุทางเพศของโอ หรือกลับกัน เมื่อในที่สุดแล้วการที่เธอยอมทำเป็นวัตถุทางเพศ อาจจะเป็นบทบาทที่เธอเลือกและแสนพึงใจเสียเองก็ได้

แหล่งที่มา : movie.mthai.com/bioscope




banner