จับผิด! ภาษาอังกฤษ 10 หัวข้อที่แม้แต่เจ้าของภาษายังมีงง!

พฤษภาคม 10, 2018 4:32 am โดย admin
0
6
ถ้าพูดถึงเรื่องคำที่ใช้ผิดบ่อย สำหรับบ้านเราคงหนีไม่พ้น “คะ/ค่ะ” บางคนถึงกับทะเลาะกันจนตัดขาดญาติมิตรเพราะคนหนึ่งก็ไม่แคร์ ใช้อะไรก็สื่อสารได้ อีกคนก็จริงจัง ใช้ผิดจนกลายเป็นถูกจะว่าไง
เชื่อมั้ยคะว่าในกลุ่มผู้ใช้ภาษาอังกฤษเอง แบบ Native Speaker ที่ใช้ภาษาอังกฤษมาตั้งแต่เกิดแท้ๆ ก็ยังมีใช้ภาษาแม่ของตัวเองผิดๆ ถูกๆ เช่นกัน จนทำให้เกิดคำเรียกกลุ่มคนที่คอยมาจ้ำจี้จ้ำไชบอกให้ใช้ภาษาอังกฤษให้ถูกว่า Grammar Nazi

1. Your VS You’re

        สองคำนี้ออกเสียงเหมือนกัน แต่เขียนไม่เหมือนกัน และใช้ต่างกัน
Your = Possessive Adjective คุณศัพท์บอกความเป็นเจ้าของ ขยายหน้าคำนามเพื่อบอกว่าสิ่งนี้เป็น “ของคุณ”
You’re = สรรพนาม You + are (verb to be) ย่อรูปแล้วเหลือ you’re
มีคนแต่งประโยคเอาไว้ฝึกแยกความแตกต่างไว้ว่า
จับผิด! ภาษาอังกฤษ 10 หัวข้อที่แม้แต่เจ้าของภาษายังมีงง!
someecards.com
        shit แปลได้หลายอย่าง แต่ในที่นี้ shit คำแรกแปลว่า สิ่งของที่เป็นของใช้ของเรา knowing your shit จึงแปลว่า รู้ว่าอะไรเป็นของคุณ
ส่วน you are shit แปลว่า คุณเป็นคนที่แย่สุดๆ นั่นเอง

2. They’re VS Their VS There

        อีกสามคำที่ออกเสียงเหมือนกัน แต่เขียนและใช้ไม่เหมือนกัน
They’re = การรวมร่างระหว่าง they + are = พวกเขาเป็น…
Their = Possessive Adjective ขยายหน้านามเพื่อบอกความเป็นเจ้าของว่าสิ่งนี้เป็น “ของพวกเขา”
There = ที่นั่น, ตรงนั้น เป็น Adverb of Place ที่ใช้บอกตำแหน่งที่อยู่ห่างจากตัวผู้พูดไป
มีคนคิดประโยคที่ใช้ 3 คำนี้ไว้ในประโยคเดียวด้วย
จับผิด! ภาษาอังกฤษ 10 หัวข้อที่แม้แต่เจ้าของภาษายังมีงง!
someecards.com
        แปลว่า พวกเขากำลัง (They’re) ไปที่บ้านของพวกเขา (their) เพราะคุณอยู่ที่นั่น (there) ส่วน It’s not f*cking rocket science. เป็นการประชดว่า มันไม่ได้เข้าใจยากขนาดการสร้างจรวดหรอกนะ

3. It’s VS Its

        ขออีกคู่ที่ออกเสียงเหมือนกัน แต่เขียนและใช้ไม่เหมือนกันเช่นเคย
It’s = มาจาก it + is = มันเป็น…
Its = Possessive Adjective ขยายหน้านามเพื่อบอกความเป็นเจ้าของว่าสิ่งนี้เป็น “ของมัน”
It’s its wings. มันคือปีกของมัน

4. Me VS I

        อันนี้น่าจะยากขึ้นมาหน่อยสำหรับเราเองด้วย คือการเลือกใช้สรรพนามแบบ “ประธาน” หรือแบบ “กรรม” เช่น
        Please send it to John and I.
หรือ
Please send it to John and me.
John and I will take care of it.

หรือ
John and me will take care of it.
        เราจะเริ่มสับสนเมื่อเห็นประธานในประโยคหลายตัว แล้วคำว่า “ฉัน” ต้องไปอยู่หลัง and
พี่น้องเชื่อว่าหลายคนมักเข้าใจผิด คิดว่าถ้าประธาน I อยู่หลัง and เมื่อไรมันต้องกลายเป็น me เพราะมันดูเหมือนกรรม แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่
จะใช้ I หรือ me ขึ้นอยู่กับว่ามันทำหน้าที่เป็นอะไรในประโยคนั้น ไม่เกี่ยวกับ and หรือ John ดังนั้นคำตอบที่ถูกต้องของทั้งสองประโยคคือ
        Please send it to John and me. (ตอนนี้เป็นกรรม)
  ช่วยส่งมันให้ฉันกับจอห์นด้วยนะ
 John and I will take care of it. (ตอนนี้เป็นประธาน)
 จอห์นกับฉันจะดูแลเอง
เคล็ดลับ: 10 เทคนิคทำข้อสอบ Reading(การอ่าน) ยังไงให้ได้คะแนนดี

5. Lose VS Loose

        สองคำนี้เด็กไทยอาจจะผิดตรงการออกเสียงมากกว่า เพราะถึงมันจะสะกดไม่เหมือนกัน แต่กลับออกเสียงเหมือนกันเด๊ะ คือ “ลูซ” และแม้ทั้งสองตัวจะเป็นกริยาเหมือนกัน แต่ความหมายคนละแบบเลยนะ
Lose = พ่ายแพ้ เช่น
She is standing with the losing side.
เธอยืนฝั่งเดียวกับผู้แพ้

Loose = คลาย เช่น
    I have loosed the knot for you.
ผมแก้ปมเชือกให้คุณแล้ว

6. ใช้ Apostrophe ผิด

        Apostrophe คือเครื่องหมายลูกน้ำที่เรามักจะเจอมันลอยอยู่หน้าหรือหลังตัวอักษรตัวใดตัวหนึ่ง และบางครั้งมันก็พ่วง s มาด้วย เรียกว่า Apostrophe s ใช้บอกความเป็นเจ้าของ
แต่ชาวอังกฤษบางคนมีปัญหากับการแยกระหว่าง apostrophe s กับ s ที่แสดงความเป็นพหูพจน์เฉยๆ เช่น
1990s = ยุค 90 (เติม s เพราะพูดถึงปี 1990-1999 ซึ่งมีจำนวนหลายปี จึงเติม s แสดงความเป็นพหูพจน์)
ชอบเขียนผิดเป็น 1990’s
 The Smiths = ครอบครัวสมิธ (เติม s เพราะพูดถึงสมาชิกหลายคนในครอบครัว)
ชอบเขียนผิดเป็น The Smith’s

7. Fewer VS Less

        สองคำนี้แปลเหมือนกันคือ “น้อยกว่า” แต่ใช้ต่างกันค่ะ
fewer + คำนามนับได้ เช่น
We have fewer problems so we are fine.
เรามีปัญหาน้อยกว่า เราเลยสบายดี (problems = คำนามนับได้)
less + คำนามนับไม่ได้ เช่น
We have less money but we are happy.
เรามีเงินน้อยกว่า แต่เรามีความสุข (money = คำนามนับไม่ได้)
5 เหตุผลที่ทำให้หลายคนเลือก

8. Lie VS Lay

        สองคำนี้ให้ความหมายเหมือนกันคือ “นอน” แต่นอนคนละแบบค่ะ
lie = ประธานเป็นผู้ทำกริยานอนเอง เช่น
  I lie on a bed.
ฉันนอนลงบนเตียง

lay = ประธานเป็นผู้จับอะไรให้นอนลง เช่น
      I lay my girlfriend on a bed.
ผมวางตัวแฟนสาวนอนบนเตียง

เรื่องนี้พี่พิซซ่าเพิ่งพูดถึงอย่างละเอียดไป ลองไปอ่านเพิ่มเติมได้ ที่นี่ จ้า

9. Then VS Than

        then = เป็นคำบอกเวลา ใช้ในความหมายว่าในตอนนั้นหรือจากนั้นก็ได้ เช่น
  I placed the book on the table, then left the room.
ฉันวางหนังสือไว้บนโต๊ะ จากนั้นจึงออกจากห้องไป
I remembered she was prettier back then.
ผมจำได้ว่าในตอนนั้นเธอน่ารักกว่านี้นะ

than = กว่า ใช้คู่กับประโยคเปรียบเทียบ เช่น
 She hates cockroaches more than snakes.
เธอเกลียดแมลงสาบมากกว่างู
Tom is taller than Tim.
ทอมสูงกว่าทิม

10 Borrow VS Lend

        จะยืมหรือจะให้ยืม ภาษาไทยแค่เติมคำ แต่ภาษาอังกฤษมีกริยาให้ใช้ต่างกัน
borrow = ประธานเป็นฝ่ายยืมของจากคนอื่น เช่น
Can I borrow your pencil for a minute?
ขอยืมดินสอเธอสักแป๊บได้มั้ย?

lend = ประธานเป็นคนให้ยืมของ เช่น
She lend me her pencil and I still have it.
เธอให้ฉันยืมดินสอของเธอ และฉันก็ยังมีมันอยู่ (อ้าว ไม่คืน)
Review :  TOEIC เล่าเนื้อหาการสอบ + วิธีสมัคร + เคล็ดลับเน้นๆ(อัพเดต ธันวา 2015)
ที่ “พี่น้อง” ยกตัวอย่างให้ดูไปนี้ เชื่อว่าเด็กดีหลายคนคงงง บ้าไปแล้ว ทำไมถึงใช้ผิด ก็เหมือนที่คนไทยยังใช้ภาษาไทยผิดนั่นแหละค่ะ ภาษาเป็นทักษะที่อาศัยประสบการณ์จากการใช้บวกกับความรู้ หากเรารู้ผิด จำมาผิดๆ ก็จะใช้ออกไปผิดๆ เมื่อปล่อยไว้นาน เราอาจคิดว่าที่เราใช้มันถูกก็ได้
อย่างไรก็ดี คนที่ใช้ผิดก็ค่อยๆ ปรับตัวกันไป ส่วนคนที่อยากเตือน อยากบอกก็ลองหาวิธีเนียนๆ บอกให้เจ้าตัวรู้ว่าที่ถูกคืออะไร ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันไป เขาจะได้รู้สึกอยากทำตามที่เราบอก มากกว่ารู้สึกเกลียดเราที่ไปหักหน้าเขากลางพื้นที่สาธารณะนะคะ