ขับรถหน้าหนาว ให้ปลอดภัย

พฤศจิกายน 8, 2017 6:14 am โดย admin
0
8

39

เมื่อเข้าสู่ช่วงเดือนพฤศจิกายน ในหลายพื้นที่ทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของ บ้านเราเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว ปีนี้ไม่ว่าจะหนาวน้อยหนาวมาก หรือหนาวนานหนาวสั้นทุกบ้านก็คงต้องเตรียมพร้อมรับหน้าหนาวให้ดี โดยเฉพาะสุขภาพร่างกายของเด็กและผู้สูงอายุซึ่งมีภูมิต้านทานน้อย ส่วนใหญ่มักมีปัญหาเกี่ยวกับปอดและระบบทางเดินหายใจ จึงควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ที่มีฝุ่นควันจากการผิงไฟ และควรเตรียมพร้อมเครื่องนุ่งห่มที่สามารถให้ ความอบอุ่นกับร่างกายได้ เพราะหากร่างกายไม่ได้รับความอบอุ่นอย่างเพียงพอจะทำให้เลือดไหลเวียนได้ไม่ดี จนอาจทำให้ช็อกและเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 1 ขวบ ควรให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายเป็นพิเศษ เพราะศูนย์ควบคุมอุณหภูมิของร่างกายยังทำงานไม่เต็มที่ อุณหภูมิในร่างกายจึงเปลี่ยนแปลงได้ง่ายตามสภาพอากาศ ทำให้เป็นอันตรายต่อชีวิตได้ และสำหรับผู้สูงอายุที่อยู่ในพื้นที่สูงๆ ซึ่งมีออกซิเจนเจือจางและมีอากาศหนาวเย็น ถ้าวิถีชีวิตต้องเดินขึ้นที่สูงบ่อยๆ อาจทำให้หายใจไม่สะดวกและทำให้หัวใจทำงานหนัก ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงเสียชีวิตได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นครอบครัวไหนที่เข้าข่ายดังกล่าวก็ต้องหมั่นดูแลซึ่งกันและกันให้ดี

ความหนาวเย็นของอากาศนอกจากจะเป็นปัญหาอุปสรรคในการดำรงชีวิตโดยปกติสุขของคนเราแล้ว ก็ยังเป็นปัญหาสำหรับการเดินทางสัญจรไปมาของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางน้ำหรือทางอากาศ เพราะในช่วงหน้าหนาวมักจะมีหมอกหนา ความชื้นสูงในช่วงกลางคืนถึงเช้ามืด และมีอากาศแห้งในช่วงกลางวันซึ่ง สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าและควันไฟ ซึ่งทั้งสองสถานการณ์ล้วนเป็นปัญหาสำหรับการเดินทางและเป็นสาเหตุทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ ถนนสายสวัสดิภาพจึงมีข้อแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องใช้รถใช้ถนนในช่วงหน้าหนาวเพื่อใช้เป็นแนวทางในการขับรถในสภาพอากาศหนาวเย็นได้อย่างถูกต้องและสามารถเผชิญวิกฤติการณ์ดังกล่าวได้อย่างปลอดภัย

สตาร์ทรถอุ่นเครื่องก่อน

ในช่วงฤดูหนาวที่อากาศหนาวเย็นมากๆ น้ำมันเครื่องจะข้นและหนืดขึ้น ทำให้ประสิทธิภาพในการหล่อลื่นของน้ำมันเครื่องลดลง อุปกรณ์ชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ที่มีการเคลื่อนไหวจะเกิดการเสียดสีกันมาก ถ้าหากใช้งานในลักษณะดังกล่าวเป็นระยะเวลานานหรือบ่อยครั้ง จะส่งผลให้ชิ้นส่วนหรืออะไหล่ของเครื่องยนต์เสียหายชำรุดเร็วขึ้น ฉะนั้น ทุกเช้าที่สตาร์ทรถท่านควรเดินเบาเครื่องยนต์ไว้อย่างน้อย 30 วินาที ถึง 1 นาที เพื่อให้เครื่องยนต์อุ่นขึ้นน้ำมันเครื่องจะได้มีประสิทธิภาพในการหล่อลื่นเต็มที่ เครื่องยนต์ ก็จะไม่สึกหรอมาก

นอกจากตรวจสภาพรถก่อนใช้งานเป็นปกติแล้ว ท่านต้องให้ความสำคัญกับการตรวจสภาพ ไฟส่องสว่าง สัญญาณไฟทุกดวง และไฟตัดหมอกว่าใช้งานได้เป็นปกติ เพราะขณะที่ท่านวิ่งฝ่าสายหมอกหรือควันไฟ แสงไฟของรถจะช่วยให้ท่านมองเห็น รถคันอื่นและรถคันอื่นก็สามารถมองเห็นรถท่านได้อย่างชัดเจน โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุก็ลดลงไป ก่อนออกรถควรตรวจสอบสภาพเบรกให้มั่นใจว่าทำงานเป็นปกติ สามารถเบรกได้ตามที่ท่านต้องการ เพราะการขับรถฝ่าหมอกถนนจะลื่นและทัศนวิสัยไม่แจ่มชัดอาจทำให้เกิดเหตุสุดวิสัยได้ง่าย

ขับรถฝ่าหมอก -ควันไฟ

เมื่อขับรถเข้ากลุ่มหมอกหรือควันไฟ ต้องชะลอความเร็วก่อนถึงกลุ่มหมอกหรือควันไฟ ยึดแนวเส้นขอบถนนด้านซ้ายเป็นหลักเพื่อไม่ให้ตกถนน หรือจะดูแนวเส้นกึ่งกลางถนนแล้วเยื้องไปทางซ้ายแทนก็ได้ ถ้าหมอกลงจัดมากหรือควันไฟหนาแน่นมากจนมองไม่เห็นทางข้างหน้า ควรหาสถานที่จอดรถ ที่ปลอดภัย เช่น ปั้มน้ำมัน หรือจุดพักรถข้างทาง แต่อย่าจอดไหล่ทางโดยเด็ดขาด เพราะเสี่ยงกับการถูกเฉี่ยวชนสูงมาก ต่อเมื่อหมอกจางหายหรือควันไฟหมดแล้วค่อยเดินทางต่อ จะปลอดภัยกว่า

แต่ถ้าสามารถมองเห็นไฟท้ายของรถคันหน้าได้และไม่มีสถานที่จอดที่ปลอดภัย ก็ให้ขับตามรถคันหน้าช้าๆ โดยขับทิ้งช่วงห่างคันหน้าเพื่อให้มีระยะเบรกพอสมควร และให้ชิดขอบทางด้านซ้ายให้มากที่สุด เปิดไฟหรี่หรือ ไฟส่องสว่างเพื่อให้มีไฟแดงท้ายรถ และไฟตัดหมอกช่วย ถ้าไม่สามารถมองเห็น ทางข้างหน้าในระยะ 100 เมตร ลำแสงของ ไฟตัดหมอกจะส่องไปในแนวระนาบต่ำขนานกับพื้นถนน ช่วยให้ผู้ขับขี่รายอื่นสามารถมองเห็นรถ ของท่านได้ในระยะไกล และต้องปิดไฟตัดหมอกเมื่อการมองเห็นชัดเจนหรือมีรถขับสวนทางมา ห้ามเปิดไฟสูงเพราะแสงไฟจะสะท้อนความขาวของหมอกมาเข้าตาเราทำให้จ้ามากขึ้นและจะทำให้ ผู้ขับรถคันหน้ามองไม่ค่อยเห็นทาง เนื่องจากเกิดเงาของรถยนต์ขึ้นในหมอกข้างหน้ารถยนต์คันหน้า และห้ามเปิดไฟฉุกเฉินกะพริบเพราะจะสร้างความสับสนกับรถคันอื่น นอกจากนี้ ท่านต้องคอย สังเกตุป้ายสัญลักษณ์เตือน สัญญาณไฟต่างๆอย่างตั้งใจ เพราะในกลุ่มหมอกจะเห็นป้ายสัญญาณเตือนต่างๆได้ไม่ชัดเจน

การขับรถในหมอกหนาถนนจะลื่นกว่าปกติ จึงไม่ควรแซง เปลี่ยนเลน หรือหยุดรถกะทันหันโดยเด็ดขาด แต่ถ้าจำเป็นต้องเปลี่ยนเลนหรือเลี้ยวรถก็ต้องใช้ความระมัดระวังให้มาก ต้องใช้ทั้งสัญญาณไฟและเสียงแตรเพื่อบอกให้รถคันอื่นรู้ว่าท่านจะทำอะไรเพื่อให้เขาระวังตัวด้วย ถ้ามีละอองฝ้าจับที่กระจกรถยนต์ ให้เปิดที่ปัดน้ำฝนเพื่อไล่ไอน้ำที่เกาะกระจกหน้ารถ ลดความเย็นของระบบปรับอากาศลง พร้อมกับเปิดระบบไล่ฝ้าที่กระจกหลัง แต่ถ้าฝ้ายังไม่หายให้เปิดกระจกลงเล็กน้อยเพื่อให้อุณหภูมิภายในและภายนอกตัวรถเท่ากันเร็วขึ้นจะทำให้ฝ้า หายไปได้

ในกรณีที่รถเสียระหว่างขับอยู่ในหมอก ท่านต้องเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉินทันทีพร้อมกับให้สัญญาณแตรเพื่อเตือนให้รถคันอื่นรู้ว่ารถของท่านกำลังมีปัญหา ขณะลงจากรถต้องเพิ่ม ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ให้รีบเข็นรถเข้าไหล่ทางให้มากที่สุด และต้องตั้งป้ายเตือนหรือวัสดุอื่นๆ ที่สะท้อนแสงไว้ด้านหลังรถห่างจากจุดจอดรถในระยะไม่ต่ำกว่า 50 เมตร ท่านสามารถแจ้งเหตุ ขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

ขับรถปิดแอร์

สุดท้ายขับรถหน้าหนาวปิดแอร์เปิดหน้าต่างรับลมเย็นภายนอกบ้างก็ดีนะ ช่วยประหยัด การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้อีกทางหนึ่ง แต่ต้องเลือกขับบนถนนที่อากาศดี สดชื่น ไม่มีมลพิษ ในเมืองใหญ่ๆ ถ้าเป็นช่วงเช้าตรู่บนทางด่วนหรือถนนโล่งๆก็ยังพอได้ แต่สายแล้ว คงไม่ไหวมลพิษเยอะเป็นผลร้ายกับสุขภาพมากกว่า สำหรับในต่างจังหวัดที่มีอากาศเย็นและรถไม่มาก เหมาะที่จะปิดแอร์และเปิดกระจกรับลมเย็นๆ เป็นอย่างมาก แต่ถ้าไม่ชอบให้ลมปะทะหน้าหรือตีผม จนปลิวไสว ท่านก็สามารถปิดแอร์ขับรถได้ โดยกดปุ่ม A/C ที่ย่อมาจาก Air Compressor เพื่อตัด การทำงานของชุดคอมแอร์ พร้อมกับปรับสวิทช์การหมุนเวียนอากาศภายในห้องโดยสาร จากหมุนเวียนภายในห้องโดยสาร เป็นรับอากาศจากภายนอกเข้าสู่ห้องโดยสาร วิธีนี้นอกจากจะได้ ลมเย็นๆแล้ว ยังช่วยทำความสะอาดชุดคอยล์เย็นไปด้วยในตัว สามารถช่วยระบายกลิ่นอับหรือกลิ่น ไม่พึงประสงค์ของตู้แอร์ให้หายไปได้




แสดงความคิดเห็น